คำนำ
ผมเป็นชาวพุทธ แต่ไม่เคยคิดบวช
แต่แม่รบเร้าขอให้บวช แม่สบายดี แต่อยากให้บวชให้แม่ชื่นใจ
ตอนแรกผมก็ไม่ยอม บอกแม่ว่าถ้าอยากได้บุญขึ้นสวรรค์
ตามความเชื่อแม่ แม่ก็ควรไปบวชชี (ฮา)
แต่เพื่อตามใจแม่จึงบวช และได้พระอาจารย์ดี น่าเคารพ
จึงได้เรียนรู้ชีวิตของพระมาเล่าสู่กันฟัง ผมบวชที่วัดทองบน ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน
เพื่อให้แม่ได้ตักบาตรแทบทุกวัน
แม้ผมนับถือศาสนาพุทธ แต่ผมไม่เคยคิดจะบวชมาก่อนเพราะคิดว่าแม้ไม่ใช่นักบวช ไม่ใช่พระ ก็เป็นพุทธมามกะ คือ “ผู้ประกาศตนว่าเป็นผู้นับถือพระพุทธศาสนา, ผู้ประกาศตนว่าพระพุทธเจ้าเป็นพระบรมศาสดาของตน” ในฐานะอุบาสก คือ “คฤหัสถ์ผู้ชายที่แสดงตนเป็นผู้นับถือพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง”
เมื่อแม่ผมอยากให้บวช ผมก็ตามใจแม่ ถือว่าเป็นคำขอจากผู้มีพระคุณโดยไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่จะทำ ทำแล้วก็ไม่ได้เบียดเบียนใคร และได้มีโอกาสทำสิ่งดีๆ บางอย่างได้ด้วย ผมก็เลยตกลงปลงใจบวชซึ่งก็ดำเนินการอย่างเรียบง่าย ผมไม่ได้บอกบุญเชิญแขกเหรื่อเลยยกเว้นญาติใกล้ชิดและเพื่อนร่วมงานอีกจำนวนหนึ่งที่กรุณามาร่วมงานบวชในครั้งนี้ ผมเป็นคนขี้เกรงใจ ไม่อยากรบกวนเวลาอันมีค่าของญาติมิตร แต่ก็มีญาติมิตรหลายท่านเมตตาไปเยี่ยมผมถึงวัดในภายหลัง ผมก็ได้แต่อนุโมทนาสาธุในจิตอันเป็นกุศลของทุกท่าน
ผมรู้จักกับพระมหาสมชาติ สุวิชาโน ท่านเป็นพระหนุ่มรูปงามที่มาบิณฑบาตบริเวณใกล้บ้านมาราว 40 ปีแล้ว ผมกับแม่ก็เคยใส่บาตรมาในช่วง 25 ปีหลังที่ผมย้ายมาอยู่แถวยานนาวา ผมจึงได้บวชกับท่าน และท่านก็เมตตาสอนสั่งหลายประการ นับว่าผมโชคดี
เมื่อสึกแล้วผมจึงถือโอกาสเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น เพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนาในทางหนึ่ง และให้ข้อคิดเกี่ยวกับการบวชพระ เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่ท่านที่มีโอกาสและเวลาอำนวยให้บวชพระบ้าง ผมเองก็บวชเมื่ออายุ 61 ปีเข้าไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ผมขอย้ำว่า เราต้องศึกษาธรรมตามแนวทางที่เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่หลงงมงาย หลายอย่างมีเปลือกเราก็ต้องยอมรับการดำรงอยู่ของเปลือก แต่เราต้องพยายามหาแก่นให้พบด้วย เราพึงบวชเพื่อละกิเลส ไม่ใช่สะสมกิเลส ไม่ยึดติด “ตัวกู ของกู” ไม่ยึดติดพิธีกรรมมากยิ่งขึ้น
ผมขอเชิญชวนให้ท่านที่พร้อมได้บวชพระบ้าง วัดหลายแห่งจัดบวชให้ฟรี จัดเป็นกิจกรรมบวชหมู่ การที่พระบวชใหม่ได้ศึกษาพระธรรมร่วมกัน ก็เป็นกิจกรรมที่ดีมาก การบวชโดยมีงานมหรสพใหญ่โตมีขบวนแห่กลองยาวหรือมีดนตรีร่วมไปด้วย ก็เป็นเรื่องแล้วแต่ศรัทธาแต่อันที่จริงการบวชอย่างเรียบง่ายแบบบวชหมู่ฟรีๆ เป็นวิธีที่น่าพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง
ในท้ายที่สุดนี้ ผมขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ ดร.ถนอมวงศ์ล้ำยอดมรรคผล อดีตนายกสมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย ที่เมตตาตรวจทานต้นฉบับหนังสือนี้ด้วยครับ
ด้วยความเคารพ
ดร.โสภณ พรโชคชัย
1 เมษายน 2563
sopon@thaiappraisal.org www.facebook.com/dr.sopon4