Eng
หน้าแรก เกี่ยวกับมูลนิธิ หลักการประเมินค่าทรัพย์สิน มาตรฐานจรรยาบรรณ
อัตราผล
ตอบแทน
มาตรฐานราคาค่าก่อสร้าง บทความความรู้ข้อแนะนำ เว็บบอร์ด ติดต่อมูลนิธิ
อ่าน 493 คน
ทำไมจึงตั้งมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย?
วารสารThaiAppraisal มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ปีที่4 ฉบับที่3 เดือน พฤษภาคม - มิถุนายน 2548 หน้า 12

ดร.โสภณ พรโชคชัย <1>(sopon@thaiappraisal.org)
ประธานกรรมการ มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย<2>

          ผมอยากเรียนด้วยความภูมิใจว่า มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรวิชาชีพด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีกิจกรรมคึกคักที่สุดในประเทศไทย และอยากจะนำเสนอเพื่อหวังใจให้นักวิชาชีพที่ตระหนักถึงภารกิจอันมีเกียรติในการทำนุบำรุงวิชาชีพได้ร่วมกันสนับสนุนมูลนิธินี้ หรืออาจมาตั้งองค์กรอื่นขึ้นมาพัฒนาวิชาชีพของเรา

มูลนิธิต่างกับองค์กรอื่นอย่างไร
          ในวงการประเมินค่าทรัพย์สิน มีสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทยเป็นองค์กรหลักและเป็นตัวแทนของผู้ประเมินค่าทรัพย์สิน 2,000 รายจากบริษัทประเมิน 70 แห่งทั่วประเทศโดยตรง มีคุณบัญญัติ จันทน์เสนะ เป็นนายกสมาคม (เป็นประเพณีที่อธิบดีกรมที่ดินรับตำแหน่งนี้เสมอ) นอกจากนี้ยังมีสมาคมนักประเมินราคาอิสระไทยที่มีสมาชิกสมาคม 20 บริษัทและมีคุณฉงค์ จงยศยิ่งเป็นนายกคนปัจจุบัน

          สมาคมเป็นผู้แทนของนักวิชาชีพแต่มูลนิธิไม่ได้เป็นผู้แทนใคร แต่ตั้งขึ้นมาเพื่อประโยชน์ในการให้ความรู้แก่นักวิชาชีพและประชาชนทางด้านการประเมินค่าทรัพย์สินและอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะถือเป็น NGO แห่งหนึ่ง จดทะเบียนกับทางราชการเลขที่ กท.1075 โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อส่งเสริมการศึกษาวิชาชีพ ประเมินค่าทรัพย์สิน, ค้นคว้า ศึกษา วิจัย ความรู้และความก้าวหน้าทางวิทยาการใหม่ ๆ ด้านการประเมินค่าทรัพย์สินและการสำรวจ วิจัยอสังหาริมทรัพย์และการพัฒนา และเผยแพร่ความรู้และวิทยาการใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์แก่สาธารณชน ในรูปแบบการอบรมและสัมมนา

มูลนิธิช่วยวงการประเมินอย่างไร
          ที่ผ่านมามูลนิธิได้จัดพิมพ์วารสาร ThaiAppraisal (ราย 2 เดือน) จำนวนพิมพ์ถึง 5,000 เล่ม เผยแพร่แก่ผู้ประเมินทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสถาบันการเงินทั่วประเทศ รวมทั้งห้องสมุดและหน่วยราชการอื่น นอกจากนี้ยังส่งไปยังสมาคมประเมินและสมาคมอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกถึง 300 แห่ง (พิมพ์สองภาษา) วารสารนี้มุ่งให้ความรู้อย่างได้ผลแก่ส่วนรวมโดยใช้งบประมาณปีละ 600,000 บาทเพื่อการนี้

          ในแต่ละเดือนมูลนิธิยังจัดการเสวนารายเดือนให้ความรู้แก่นักวิชาชีพโดยถือเป็นการศึกษาต่อเนื่อง (CPD หรือ Continuing Professional Development Program) ให้แก่นักวิชาชีพ โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับการประกาศชื่อในเว็บไซต์ของมูลนิธิเพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นนักวิชาชีพที่ใส่ใจการพัฒนาตัวเองเพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยได้รับความกรุณาจากวิทยากรตั้งแต่ระดับรัฐมนตรีจนถึงผู้รู้ทุกวงการ มูลนิธิเก็บค่าใช้จ่ายเพื่อให้ครอบคลุมต้นทุน (แต่มักขาดทุน) เราเชื่อมั่นว่า สิ่งที่จัดต้องมีมูลค่า (commercial value) เพียงพอที่ผู้สนใจยินดีจ่ายในราคาขั้นต่ำเพื่อการพัฒนาตนเองและเพื่อให้มูลนิธิสามารถจัดกิจกรรมได้ต่อเนื่อง และที่ผ่านมามูลนิธิจัดเสวนาต่อเนื่องมาถึง 31 ครั้ง (เดือน) แล้ว (ณ พฤษภาคม 2548)

          มูลนิธิยังได้จัดประกวดเรียงความในเรื่อง “ทำไมจึงต้องรู้มูลค่าที่แท้จริงของบ้านและที่ดินของเราเอง” เพื่อส่งเสริมให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของวิชาชีพประเมินค่าทรัพย์สิน โดยผู้ชนะเลิศระดับมัธยมศึกษา อุดมศึกษาและประชาชนได้รับเงินรางวัล 10,000, 15,000 และ 20,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจาก รมต.ศึกษาธิการ, ทบวงมหาวิทยาลัย และมหาดไทย เรียงความที่ชนะเลิศและได้รับรางวัลชมเชยยังได้รับการเผยแพร่ในเว็บไซต์และพิมพ์รวมเล่มเพื่อแจกจ่ายทั่วไปอีกด้วย

หน้าต่างติดต่อกับสากล
          มูลนิธิส่งผู้แทนเดินทางไปสัมมนา-ดูงานทั่วโลก (ไม่ได้ใช้เงินมูลนิธิ กรรมการทุกคนต้องใช้เงินส่วนตัวเพื่อไม่เป็นการเอาเปรียบส่วนรวม) ทำให้มูลนิธิได้รับความเชื่อถือจากนานาชาติ กลายเป็นสะพานเชื่อมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินไทยกับต่างประเทศ มูลนิธิยังสมัครเข้าเป็นสมาชิกของ FIABCI (คำย่อภาษาฝรั่งเศสที่หมายถึง International Federation of Real Estate) และ International Association of Assessing Officers นอกจากนี้เรายังเข้าร่วมประชุมกับทาง World Association of Valuation Organizations (WAVO) อีกด้วย ทำให้ผู้ประเมินไทยได้มีโอกาสช่วยเกื้อหนุนต่อพัฒนาการของวงการในระดับสากล รวมทั้งการดึงเอาทรัพยากรจากนานาชาติมาพัฒนาวงการประเมินในไทย

          เว็บไซต์ของเรา www.thaiappraisal.org ถือว่าเป็นหน้าต่างสำคัญ ที่ประการแรกมีข้อมูล-ความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่กว้างขวางที่สุด ประการที่สองมีการเชื่อมโยงเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกที่มากที่สุด และประการที่สามมีการปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดแทบทุกวัน ถ้าพิจารณาจากสถิติของ www.truehits.net จะพบว่า www.thaiappraisal.org มีผู้เข้ามาใช้บริการมากมายในแต่ละวัน

          เดี๋ยวนี้ต่างประเทศแม้รู้ว่ามีสมาคม มีองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนมากมายในประเทศไทย แต่ถ้าคิดจะหาวิทยากรไปบรรยายหรือข้อมูลที่เป็นจริง เป็นกลาง ก็ตรงมาหามูลนิธิของเราเสมอ

ตั้งขึ้นมาด้วยความมุ่งมั่น
          ผมเคยเป็นกรรมการสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย (พ.ศ.2542-6) และเคยเป็นสมาชิกสมาคมนักประเมินราคาอิสระไทย หลายครั้งในการทำงานเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม ผมก็ใช้ทรัพยากรส่วนตัว ผมเห็นว่าการเป็นกรรมการหรือเป็นตัวแทนผู้คน สมควรหมุนเวียนเพื่อไม่ให้ผูกขาด ผมจึงเว้นวรรคไม่สมัครเป็นกรรมการอีก แต่โดยที่ยังอยากทำงานเพื่อส่วนรวมจึงตั้งมูลนิธินี้ขึ้น

          ผมไม่ได้ทำมูลนิธินี้มาโดยมี “วาระซ่อนเร้น” ดังจะเห็นได้ว่า ผม “รับหน้าเสื่อ” เป็นประธานมูลนิธิเอง โดยไม่มีการรบกวนเชิญผู้มีชื่อเสียงมาเป็นกรรมการ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของมูลนิธิก็ได้จากการจัดงานที่เก็บเงินในระดับต้นทุนทางตรง ส่วนที่เหลือผมบริจาคเองแทบทั้งหมด ผมถือว่า ถ้าเราหาเลี้ยงชีพด้วยวิชาชีพนี้ เราก็ควรช่วยกันจรรโลงและพัฒนาวิชาชีพนี้ด้วย

          ผมยังอยากให้สังคมได้เห็นว่า ถ้าเราตั้งใจทำเพื่อส่วนรวม เราสามารถทำได้ ขนาดผมออกเงินทำคนเดียว ยังทำได้มากมายเช่นนี้ ถ้าทุกคนในวงการร่วมมือกัน วิชาชีพประเมินค่าทรัพย์สินต้องรุ่งเรืองและเกื้อกูลประโยชน์ต่อสังคมเป็นแน่แท้

เราต้องช่วยกันตั้งอีกหลายองค์กร
          ใครมีเงินแทนที่จะเอาไปเป็นผลกำไร มาบริจาคตั้งมูลนิธิกันเยอะ ๆ ก็ดีนะครับ และในอนาคตเราอาจเห็นสมาคมศิษย์เก่าผู้ประเมินที่จบจากธรรมศาสตร์ จากจุฬาฯ และที่อื่น ๆ เราอาจได้เห็นสหภาพแรงงานผู้ประเมินค่าทรัพย์สินเพื่อรักษาประโยชน์ของผู้ประเมินระดับ “พนักงาน” ไม่ให้ถูกนายจ้างเอาเปรียบหรือถูก “สั่งซ้ายหันขวาหัน” (ถ้ามี) โดยสมาชิกสหภาพไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถานประกอบการเดียวกันแต่เป็นสหภาพในวิชาชีพเดียวกัน

          เมื่อวงการมีการพัฒนามากขึ้น เราอาจได้เห็นสมาคมผู้ประเมินระดับบุคคล (ที่ไม่เอา/ไม่ใช่เจ้าของกิจการ) สมาคมผู้ประเมินเครื่องจักร สมาคมผู้ประเมินธุรกิจ ฯลฯ เพราะในอนาคตวงการเราจะมีพัฒนาการที่สลับซับซ้อนยิ่งขึ้น ยิ่งกว่านั้นยังอาจมีชมรม หรือสมาคมในระดับจังหวัด ระดับภาค หรือสมาคมผู้ประเมินในสถาบันการเงิน หรือในภาคราชการเป็นต้น

          อย่างไรก็ตามสมาคมทั้งหลายก็ตั้งขึ้นมาเพื่อรักษาประโยชน์ของสมาชิก ส่วนการบำเพ็ญประโยชน์ก็ตั้งบนพื้นฐานของการ “อาสาสมัคร” (อาจเป็นการ “เอาหน้า” ด้วย) ไม่ใช่ “หน้าที่” ดังนั้นในอนาคตเราควรมีสภาวิชาชีพที่มีการควบคุมจากภาครัฐเพื่ออำนวยประโยชน์ในการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นสำคัญ (โปรดอ่านแนวคิดผมเรื่องสภาวิชาชีพประเมินค่าทรัพย์สิน: ThaiAppraisal ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 เมษายน-มิถุนายน 2547 หน้า 5)

          ผมยังอยากเห็นมูลนิธิเกิดขึ้นอีกมากมาย ใครก็ตามที่คิดจะทำประโยชน์ต่อส่วนรวม ก็บริจาคตั้งมูลนิธิขึ้นมาได้ทั้งนั้น ผมไม่ถือเป็นคู่แข่งกัน ถือเป็นการมาร่วมกันทำดี และอยากให้ทุกคนทำดีให้ตลอดและร่วมกันสละกำลังทรัพย์ กำลังแรงงานและปัญญามาช่วยกันสร้างสรรค์วิชาชีพนี้

          วิชาชีพนี้รุ่งเรืองก็แสดงว่าสังคมไทยมีความเป็นอารยะมากขึ้น ถ้าเราปล่อยให้วิชาชีพนี้ไปตามยถากรรม ก็จะรังแต่เป็นเครื่องมือประกอบการคอรัปชั่นเท่านั้น

หมายเหตุ  
<1> เป็นนักวิจัย-ประเมินค่าทรัพย์สินในประเทศไทย ขณะนี้ยังเป็นประธานกรรมการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ AREA.co.th กรรมการสมาคมการวางแผนและเคหะแห่งอาเซียน ผู้แทนสมาคมอสังหาริมทรัพย์โลก (FIABCI) ประจำ ESCAP และผู้แทนของสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สิน IAAO ประจำประเทศไทย
<2> ทะเบียนมูลนิธิเลขที่ กท.1075 เป็นองค์กรที่มุ่งให้ความรู้ด้านการประเมินค่าทรัพย์สินและการพัฒนาเมืองแก่ประชาชนทั่วไป ถือเป็นองค์กรวิชาชีพอสังหาริมทรัพย์ที่มีกิจการคึกคักต่อเนื่องที่สุดแห่งหนึ่งในปัจจุบัน
Area Trebs
 
10 ถ.นนทรี เขต.ยานนาวา, กรุงเทพมหานคร 10120 Tel.66.2295.3171 Fax. 66.2295 1154 Email: info@thaiappraisal.org; สถานที่ตั้ง: แผนที่