Eng
หน้าแรก เกี่ยวกับมูลนิธิ หลักการประเมินค่าทรัพย์สิน มาตรฐานจรรยาบรรณ
อัตราผล
ตอบแทน
มาตรฐานราคาค่าก่อสร้าง บทความความรู้ข้อแนะนำ เว็บบอร์ด ติดต่อมูลนิธิ
อ่าน 1,211 คน
     การผังเมืองในกรุงปารีส
หนังสือพิมพ์สยามรัฐ วันที่ 19-20 กันยายน 2554 หน้า 16

ดร.โสภณ พรโชคชัย
http://www.facebook.com/dr.sopon

          เอาเยี่ยงกา แต่ไม่ใช่เอาอย่างกา ปารีสก็กำลังจะสร้างความหนาแน่นแต่ไมใช่แออัด ผังเมืองกรุงเทพมหานคร ไม่ควรเน้นแนวราบ
          ในระหว่างวันที่ 9-17 กันยายน 2554 ผมในนามของ ประธานกรรมการบริหาร บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส  และในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ได้พาคณะผู้สนใจด้านอสังหาริมทรัพย์ไปดูงานอสังหาริมทรัพย์ ณ กรุงปารีส เมืองกอลมา ประเทศฝรั่งเศส และนครซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในที่นี้จึงสรุปสาระเกี่ยวกับผังเมืองปารีสมาให้เปรียบเทียบกับกรณีประเทศไทย
          ปารีสมีขนาดเพียง 105 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 2.2 ล้านคน หรือประมาณ 22,000 คนต่อตารางกิโลเมตร หรือมากกว่ากรุงเทพมหานครที่มีประชากร 3,800 คนต่อตารางกิโลเมตร อย่างไรก็ตามมหานครปารีส ซึ่งรวมเทศบาลกรุงปารีสและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นโดยรอบแล้ว มีขนาด 12,072 ตารางกิโลเมตร มีประชากรถึง 12 ล้านคน แต่มีความหนาแน่นน้อยกว่ากรุงเทพมหานครเสียอีก (1,000 คนต่อ ตารางกิโลเมตร)
          จะสังเกตได้ว่าผังเมืองปารีสนี้วางผังได้ดี โดยเลียนแบบมาจากอังกฤษหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรม ดำเนินการในช่วงปี พ.ศ.2396-2413 โดยการตัดถนนสายตรงๆ ใหญ่ ๆ เพิ่ม ขยายถนน สร้างที่อยู่อาศัยเพิ่มเติม และจำกัดความสูงโดยปรับความสูงมาเรื่อยจาก 16 เมตร 20 เมตรและจนปัจจุบันไม่เกิน 37 เมตร วัตถุประสงค์ของผังเมืองก็คือ การพัฒนาเมืองให้เหมาะแก่การอยู่อาศัย การเรียกร้องของชนชั้นกลางในยุค 100 ปีก่อน และการวางยุทธศาสตร์ทางทหาร เพื่อที่กองทหารจะเข้ามาในกรุงได้ง่ายขึ้น เป็นต้น
          การวางผังเมืองใหม่ พร้อมกับสร้างที่อยู่อาศัยสองข้างถนนยังเป็นการคืนกำไร คือทำให้การสร้างถนนใช้เงินแต่น้อย โดยเอา 2 ข้างทางที่เวนคืนมา ทำการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ โดยการเวนคืนดำเนินการอย่างขนานใหญ่เป็นเวลากว่า 20 ปี นอกจากนี้ยังได้รับเงินทุนจากสถาบันการเงินต่าง ๆ ที่อำนวยสินเชื่อให้กับการพัฒนาสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ในเมือง
          นอกจากนี้การเวนคืนที่ดินยังใช้เพื่อการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง นอกเหนือจากการตัดหรือขยายถนน ทำให้เมืองมีสภาพที่น่าอยู่อาศัย จะสังเกตได้ว่าใจกลางกรุงปารีสมีการเวนคืนก่อสร้างสะพานมากถึง 24 สะพานในระยะทาง 14.3 กิโลเมตรของแม่น้ำแซน หรือมีสะพานทุกระยะ 600 เมตรโดยเฉลี่ย ในขณะที่ใจกลางกรุงโซลมีสะพานทุกระยะ 1.16 กิโลเมตร ส่วนใจกลางกรุงเทพมหานคร จากสะพานพระราม 6 - สะพานภูมิพล 1 ระยะทาง 23 กิโลเมตรมีสะพานเพียง 12 สะพานหรือ 1.9 กิโมเมตรต่อหนึ่งสะพาน ซึ่งถือว่าน้อยมาก ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำของความเจริญในฝั่งธนบุรี กับฝั่งกรุงเทพมหานคร ทำให้เสียโอกาสการพัฒนาฝั่งกรุงเทพมหานครซึ่งอยู่ใกล้ใจกลางเมือง
          อย่างไรก็ตามใช่ว่าจะไม่มีตึกสูงในนครปารีส เพียงแต่ในเขตเมืองเก่าพื้นที่เล็ก ๆ ประมาณ 105 ตารางกิโลเมตรเท่านั้นที่จำกัดไว้  แต่นอกเมืองออกไปยังมีอาคารสูงใหญ่หลายแห่งโดยอาคารสูงสุดสูงถึง 59 ชั้นชื่อ Tour Maine Montparnasse นอกจากนี้ยังมีแผนสร้างตึกสูงประมาณ 90 ชั้นอีกต่างหาก
          แม้อาคารส่วนใหญ่ใจกลางกรุงปารีสจะสูงเพียง 37 เมตร แต่หากพิจารณาจากพื้นที่ก่อสร้าง ยังมีความหนาแน่นกว่ากรุงเทพมหานครมาก การที่กรุงปารีสมีการดูแลเรื่องความสูงมาก เพราะมีสถานที่สำคัญมากมาย แต่กรุงเทพมหานครมีจำกัดกว่า การเลียนแบบการจำกัดความสูงจึงควรได้รับการทบทวน ยิ่งกว่านั้นขณะนี้ในกรุงปารีส กำลังจะมีการพิจารณาอนุญาตให้ขึ้นตึกสูงให้มากขึ้นเพื่อสนองความต้องการด้านที่อยู่อาศัยและการพาณิชย์

Area Trebs
 
10 ถ.นนทรี เขต.ยานนาวา, กรุงเทพมหานคร 10120 Tel.66.2295.3171 Fax. 66.2295 1154 Email: info@thaiappraisal.org; สถานที่ตั้ง: แผนที่