ประเมินค่าทรัพย์สินให้เป็นธรรมก่อนการเวนคืนเพื่อพัฒนาชาติ

นางสาวศศิกานต์ มนตรี
รางวัลชนะเลิศ ระดับมัธยมศึกษา

          ในวันหยุดหรือเมื่อมีเวลาว่างพ่อมักจะพาฉันและน้องไปเยี่ยมคุณย่าที่บ้านต่างอำเภอเสมอ ๆ วันนี้ขณะที่ฉันกำลังเรียนวิชาสุดท้ายของภาคบ่ายอยู่ พ่อโทรศัพท์มาบอกว่าพ่อกับแม่จะไปธุระด่วนที่บ้านย่า เลิกเรียนให้ฉันและน้องรีบกลับบ้าน พ่อบอกว่าที่นาบางส่วนของคุณย่าจะถูกหลวงเวนคืน เพื่อทำถนนวงแหวนรอบนอก  พ่อต้องไปประชุมกับกรรมการหมู่บ้านเรื่องเงินทดแทน ประมาณสามทุ่มของวันนั้นพ่อกับแม่ก็กลับมาถึงบ้าน หลังจากพ่อกับแม่ทำธุระส่วนตัวเสร็จ ฉันถามพ่อว่า ทำไมที่นาของคุณย่าจึงถูกเวนคืน เวนคืนคืออะไร แล้วย่าได้เงินทดแทนด้วยหรือ ถ้าได้จะได้เท่าไหร่
          พ่อบอกว่า การเวนคืน เป็นการเรียกที่ดินที่ชาวบ้านเป็นเจ้าของคืนกลับมาเป็นของรัฐบาล เพื่อที่รัฐบาลจะได้ใช้ที่ดินเพื่อการพัฒนาประเทศ  ฉันถามพ่อว่า การพัฒนาประเทศคือการสร้างถนนเหรอ พ่อบอกว่า การสร้างถนนเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เกิดความเจริญ ทำให้การเดินทางติดต่อกันสะดวกและรวดเร็ว การที่รัฐบาลจะเวนคืนที่ดินใด ๆ  จะต้องมีเงื่อนไขว่า จะเวนคืน เพื่อการอันเป็นสาธารณูปโภค หรือการอันจำเป็นในการป้องกันประเทศ หรือการได้มาซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ หรือเพื่อการผังเมือง หรือเพื่อการพัฒนาการเกษตร หรือการอุตสาหกรรม หรือเพื่อการปฏิรูปที่ดิน แม่ช่วยอธิบายอีกว่า ในการเวนคืน รัฐบาลไม่ได้ยึดเอาที่ดินกลับไปเฉย ๆ แต่รัฐบาลจะมีเงินส่วนหนึ่งมาให้กับเจ้าของที่ที่ถูกเวนคืน เงินที่ให้นี้เราเรียก เงินทดแทน ฉันถามแม่ว่าแต่ละคนจะได้เงินทดแทนเท่ากันหมดเลยใช่ไหม พ่อบอกว่าไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับประเภทปริมาณและคุณภาพของทรัพย์สินที่ถูกเวนคืน  ซึ่งการจ่ายเงินทดแทนจะจ่ายตามราคาทรัพย์สินที่ได้จากการประเมินค่าทรัพย์สิน ฉันบอกพ่อว่าถ้าอย่างนั้นการเวนคืนก็คือการที่รัฐบาลมาขอซื้อที่จากชาวบ้านนั่นเอง  แม่อธิบายเพิ่มเติมว่าก็คล้าย ๆ กัน เพียงแต่ว่าการเวนคืนนี้แม้เราจะไม่อยากขาย เราก็ต้องขายเพราะรัฐบาลมีอำนาจตามกฎหมายอย่างเพียงพอที่จะบังคับเอาอสังหาริมทรัพย์จาก เจ้าของเดิมเพี่อนำที่ดินนั้นไปสำหรับการพัฒนาดังกล่าวมาแล้ว พ่อบอกด้วยว่าในการประเมินค่าทรัพย์สินนั้นรัฐบาลก็มีวิธีในการคิดมูลค่าของทรัพย์สินอย่างมีหลักการ และมีคณะบุคคลที่มีความรู้มีประสบการณ์มาร่วมพิจารณาโดยพยายามให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย วิธีประเมินที่ใช้กันโดยทั่ว ๆ ไปก็มีหลายวิธี เช่น วิธีวิเคราะห์มูลค่าจากต้นทุน วิธีเปรียบเทียบราคาจากท้องตลาด วิธีแปลงรายได้เป็นมูลค่า เป็นต้น ซึ่งพ่อบอกว่าวิธีในการประเมินแต่ละวิธีมีหลักในการคิดค่อนข้างจะละเอียดและซับซ้อน  ไว้วันหลังพ่อจะหยิบหนังสือเรื่องนี้จากที่ทำงานมาให้ฉันศึกษา และวิธีแต่ละวิธีก็จะเหมาะกับลักษณะของทรัพย์สินที่จะเวนคืนไม่เหมือนกัน หลาย ๆ ครั้งรัฐบาลต้องใช้ วิธีหลาย ๆ อย่าง เพื่อให้เจ้าของที่ดินได้รับความเป็นธรรมให้มากที่สุด และหากคิดประเมินค่าทรัพย์สินออกมาเป็นตัวเงินแล้วหากเจ้าของยังไม่พอใจก็สามารถ  ที่จะขอรับเงินไปก่อนแล้วไปยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่ต้องยื่นภายใน 60 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้ไปรับเงินค่าทดแทน โดยสามารถที่จะยื่นเป็นหนังสือด้วยตนเองหรือส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ ก็ได้ ฉันถามพ่อว่าแล้วบ้านของคุณอาที่อยู่ถัดจากที่นาคุณย่าไปก็ถูกเวนคืนด้วยหรือ แล้วเขาคิดเงินค่าทดแทนให้คุณอานั้นอย่างไร พ่อว่าหากเป็นที่อยู่อาศัยรัฐบาลก็จะคิดเงินค่าทดแทนที่แตกต่างไปจากที่นาหรือที่สวน เช่นหากเป็นที่อยู่อาศัยเขาก็จะคำนึงถึง ทำเลที่ตั้ง  ดูบ้านว่าเป็นบ้านประเภทไหนบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้า ที่ดินมีขนาดเท่าไหร่ กี่ตารางวา ตัวบ้านมีขนาดเท่าไหร่ บ้านมีวัสดุอะไรไม่ว่าจะเป็น พื้น  ผนัง  ฝ้าเพดาน  แล้วคุณภาพวัสดุที่ใช้เป็นอย่างไร อายุการใช้งาน สภาพการใช้งาน การดูแลรักษา เหล่านี้ เขาจะนำมาคิดคำนวณให้เราหมด อย่างที่สวนก็คิดแม้แต่ราคาต้นไม้ที่ต้องโดนตัด โดยโค่น  หากมีสระปลาอยู่ในที่นาที่สวน เขาก็คิดก็ประเมินค่าเป็นเงินทดแทนให้กับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ อย่างครบถ้วน
          คำอธิบายของพ่อช่วยให้ฉันเริ่มมองเห็นกระบวนการในการประเมินราคาของทรัพย์สินที่จะเวนคืนอย่างเป็นรูปเป็นร่างขึ้น แม่ช่วยอธิบายเพิ่มเติมว่า การจ่ายค่าทดแทนจะจ่ายให้แก่เจ้าของที่ดิน เจ้าของสิ่งปลูกสร้าง เจ้าของไม้ยืนต้น หรือผู้เช่า รวมถึงผู้ที่เสียสิทธิ์ในการใช้ที่ดินเพื่อวางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ  สายไฟฟ้า หรือสิ่งอื่นซึ่งคล้ายกัน  ที่ผ่านที่ดินที่ต้องถูกเวนคืนนั้นกอปรกับระยะเวลาในการเวนคืนก็มีหลักเกณฑ์  มีขั้นตอนที่ชัดเจน  และเปิดโอกาสให้เจ้าของที่ได้มีเวลาพิจารณาและฟ้องคดีได้หากคิดว่าตนยังไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องของเงินทดแทน
          ประมาณห้าทุ่มฉันก็แยกเข้าไปพักผ่อนฉันนอนคิดถึงคุณย่า คุณย่าคงจะภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเจริญให้กับท้องถิ่น  แม้คุณย่าจะเสียที่ดินไปเพื่อการเวนคืนแต่ก็ไม่ได้เสียไปเปล่า ๆ เพราะรัฐบาลจ่ายเป็นเงินให้เจ้าของที่แล้ว จริงอยู่แม้มันจะเทียบกับความรู้สึกที่ต้องสูญเสียที่ดินไปไม่ได้ แต่ฉันเชื่อว่าย่าของฉันจะมองเห็นอีกด้านหนึ่งที่กำลังผุดขึ้นมาแทน นั่นคือความเจริญของท้องถิ่นอันจะนำมาซึ่งความมีอยู่มีกิน การมีโอกาสของคนในท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การศึกษา การสาธารณูปโภค สิ่งนี้มิใช่หรือคือการพัฒนาที่ยั่งยืน ขณะนี้ฉันภาคถูมิใจในตัวคุณย่า ย่ายิ่งใหญ่เหลือเกินในใจฉัน  สมแล้วกับที่บรรพบุรุษไทยของเราได้สละชีวิตเพื่อรักษาผืนดินให้พวกเรา แล้วเมื่อถึงคราวจำเป็นลูกหลานไทยก็มอบที่ดินนั้นสำหรับการพัฒนาและสร้างความเจริญให้เกิดขึ้นแก่ชาติสืบต่อไป

.................................................................