ประเมินค่าทรัพย์สินให้เป็นธรรมก่อนการเวนคืนเพื่อพัฒนาชาติ

น.ส.ครียาภัทร ทองนาคี

รางวัลชมเชย ระดับมัธยมศึกษา

 

                 การพัฒนาประเทศบนขอบเขตแห่งประชาธิปไตย ย่อมมีความขัดแย้งกันทั้งทางด้านแนวคิดและการกระทำอยู่บ้างแต่จะมากหรือน้อยนั้นก็แล้วแต่สาเหตุของปัญหา เพราะต่างคนก็ต่างความคิดและทุกคนก็จะยึดถือความคิดบนเหตุและผลของตนเองเป็นใหญ่ แต่ถึงแม้จะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นมากเพียงใด การพัฒนาชาติก็หยุดไม่ได้จำเป็นจะต้องมีต่อไป การเวนคืนทรัพย์สินของประชาชนเพื่อการพัฒนาชาติก็มีปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้นเช่นกัน เพราะประชาชนบางส่วนยังมีความคิดว่าตนยังไม่ได้รับความยุติธรรม ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการเวนคืนของภาครัฐ ทำให้เจ้าของทรัพย์สินบางรายมีความคับข้องใจว่าตนไม่ได้รับความยุติธรรมในการประเมินค่าทรัพย์สินก่อนการเวนคืนเท่าที่ควร แนวความคิดเหล่านี้จึงเป็นอุปสรรคกับการพัฒนาชาติอย่างยิ่ง เราในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่อยู่ภายใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช จึงควรอย่างยิ่งที่จะให้ความร่วมมือและทำความเข้าใจกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาชาติ ให้ยอมรับการพัฒนาด้วยความเต็มใจและเกิดความภาคภูมิใจในการมีส่วนร่วมพัฒนาชาติ เพราะนั่นคือชัยชนะแห่งการพัฒนาบนเส้นทางของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
                 การเวนคืน หมายถึง การที่รัฐบังคับเวนกรรมสิทธิ์ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นของเอกชนคืนมาเป็นของรัฐตามเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติ แต่ในความรู้สึกของชาวบ้านตาดำ ๆ แล้ว มักจะคิดว่าใครก็ตามที่โดนเวนคืนทรัพย์สิน ถือเป็นความซวยของตนเองและครอบครัวที่หาสิ่งเปรียบเทียบไม่ได้เลยทีเดียว ชาวบ้านบางคนมักจะคิดว่าพวกเขาโดนมัดมือชกให้มอบทรัพย์สินของตนเอง ที่พวกเขาครอบครองมาช้านานให้แก่รัฐโดยที่ตนไม่สามารถโต้แย้งหรือ ไม่มีปากเสียงได้เลย จึงไม่น่าแปลกที่การเวนคืนในความคิดของชาวบ้านจะกลายเป็น เวร ที่หมายถึง ความพยาบาท ความปองร้าย บาป และเป็นความเดือดร้อนเพราะชะตากรรมของตนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่คือความรู้สึกจริงที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านเมื่อถูกเวนคืน การเวนคืนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วเพราะการพัฒนาความเจริญต่าง ๆ ในยุคโลกาภิวัตน์ จำเป็นต้องมีการตัดถนนหนทาง เพื่อการคมนาคมที่สะดวกสบาย สร้างเขื่อน สร้างฝาย สร้างคลองส่งน้ำก็เพื่อการชลประทานที่ดีมีประโยชน์ต่อการเกษตรกรรม สร้างสิ่งปลูกสร้าง สร้างสิ่งสาธารณประโยชน์ต่างๆ ก็เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนโดยแท้จริงแม้ทางรัฐบาลและทางเจ้าหน้าที่ของรัฐได้พยายามทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ประชาชนเจ้าของทรัพย์สิน เกิดความเข้าใจและพอใจเมื่อถูกเวนคืนทรัพย์สินอย่างต่อเนื่องตลอดมา แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอ ที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจและพอใจ เพราะนี่คือทรัพย์สิน ที่ดิน ที่ทำมาหากินของพวกเขามาช้านานเป็นมรดกตกทอดมาจากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายายที่ให้มา ถึงอย่างไรก็ยังมีเจ้าของทรัพย์สินบางคนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม เห็นแก่การพัฒนาประเทศชาติ จึงยอมรับการเวนคืนแต่โดยดี และยังมีเจ้าของทรัพย์สินบางรายที่ต่อต้านการเวนคืนอยู่เช่นกัน แต่ก็จำต้องปฏิบัติตามในฐานะพลเมืองดีของชาติและยอมรับค่าทดแทนที่รัฐมอบให้อย่างขมขื่นใจ ชุมชนในชนบทที่มีความกันดารและห่างไกลความเจริญ จะได้รับการประเมินทรัพย์สินด้วยราคาค่อนข้างต่ำ เพราะรัฐคิดว่าเป็นที่ดินที่แห้งแล้ง เป็นที่นาปลูกข้าวไม่ได้ผลเท่าที่ควร ราคาประเมินจริงจึงต่ำมาก ๆ จนชาวบ้านบางคนร้องไห้กันเลยทีเดียว แต่ในพื้นที่บางแห่งราคาประเมินก็มักจะสูงกว่าราคาซื้อขายจริงก็มี แต่ปัญหาส่วนใหญ่ก็มักเกิดจากความผูกพันกับทรัพย์สิน เพราะเป็นทรัพย์สินที่เขาทำมาหากินมาหลายชั่วอายุคน เมื่อถูกเวนคืนจึงมีความรู้สึกสูญเสียเสียดาย และเสียใจเป็นเรื่องธรรมดา มิหนำซ้ำการรับค่าทดแทนก็มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ต้องเดินทางไปติดต่อสำนักงานที่ดินหลายครั้ง เสียทั้งเวลา เสียทั้งทรัพย์สินทำให้ชาวบ้านหลายคนเบื่อหน่ายและเกิดความรู้สึกต่อต้านการเวนคืนเสมอมา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐต้องเร่งทำความเข้าใจกับผู้ถูกเวนคืนและประชาชนทั่วไปอย่างต่อเนื่องและจริงจังเสียที
                 วิธีการ ที่จะทำให้การเวนคืนไม่ใช่เวรกรรมนั้น ทำได้ง่าย ๆ ดังนี้ ประการแรกที่ต้องคำนึงถึงคือการประเมินค่าทรัพย์สินไม่ว่าจะเป็นที่ดิน อาคาร ต้นไม้ ไร่นาตลอดจนอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ต้องยึดความพอดีและต้องได้รับการยอมรับจากประชาชนว่ามูลค่าที่ประเมินนั้นเชื่อถือได้ นั่นคือให้ยึดถือข้อมูลการซื้อขายจริงในยุคสมัยนั้นเป็นหลัก ซึ่งเจ้าหน้าที่ภาครัฐจะต้องแจ้งข่าวสารราคาการซื้อขายทรัพย์สินต่าง ๆ ให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง ประชาชนจะได้เข้าใจว่าขณะนี้ทรัพย์สินที่จนมีอยู่ประเมินได้แค่ไหน เมื่อมีการเวนคืนจะได้เข้าใจดีขึ้น ประการที่สอง คือประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเห็นประโยชน์ของการพัฒนาชาติและความจำเป็นที่จะต้องเวนคืนและเมื่อเวนคืนแล้วชุมชน สังคม ประเทศชาติได้ประโยชน์อย่างไร เช่น มีถนนดีขึ้นการคมนาคมสะดวกสบาย มีฝาย มีคลองส่งน้ำ ชุมชนสามารถทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง มีอาคารสถานที่ราชการเกิดขึ้น ทำให้ติดต่อราชการง่ายขึ้น ประการที่สามทำได้โดยการยกย่องเชิดชูบุคคล กลุ่มบุคคลที่ถูกเวนคืนทรัพย์สิน ว่าเป็นบุคคลที่เสียสละเพื่อสังคมและประเทศชาติอย่างแท้จริง ทั้งโดยการพูด การเขียนให้ประชาชนในท้องถิ่นเห็นว่าการถูกเวนคืนเป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่และยังได้ค่าทดแทนที่เป็นธรรมอีกด้วย ประการที่สี่ มีการปรับเปลี่ยนกฎหมายเกี่ยวกับการเวนคืนและการจ่ายค่าทดแทนให้เหมาะสมกับยุคสมัยอยู่เสมอ โดยเฉพาะการจ่ายค่าทดแทนต้องรวดเร็วและลดขั้นตอนที่ยุ่งยากให้เหลือน้อยที่สุด ประการสุดท้าย ต้องมีการประเมินผลเมื่อมีการเวนคืนทรัพย์สิน นั่นคือควรแจ้งผลการดำเนินการให้ประชาชนในชุมชนทราบว่าสิ่งที่รัฐเวนคืนไปแล้วนั้น ได้นำไปสร้างสิ่งนั้นสิ่งนี้แล้วประโยชน์ที่ตามมาคืออะไร ดีกับชุมชนอย่างไร ถ้าหากทั้งภาครัฐและเอกชนทำได้เช่นนี้ก็จะไม่มีปัญหาการเวนคืนอีกเลย
                หากวันนี้ ประชาชนที่ถูกเวนคืนทรัพย์สินยังมีความคิดอยู่เสมอว่า ตนยังไม่ได้รับความยุติธรรม ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการเวนคืน โดยไม่ได้รับการแก้ไขแนวความคิดให้ถูกต้อง หรือไม่ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมประชาชนก็จะมีอคติกับการเวนคืนตลอดไป วันข้างหน้าจะทำให้การพัฒนาชาติเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย เกิดความล่าช้าในการพัฒนาและการพัฒนาก็จะยากลำบากมากขึ้นหรืออาจไม่สามารถพัฒนาได้เลยหากวันนี้ ทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมมือร่วมใจกัน หันมาทำความเข้าใจกับการเวนคืนและแก้ปัญหาการเวนคืนให้หมดไป โดยยึดความพอดี พอควร มีการประเมินทรัพย์สินที่เป็นธรรมและการเวนคืนจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงตามภาวะเศรษฐกิจในยุคสมัยนั้น ๆ มีการปรับเปลี่ยนกฎหมายให้เหมาะสม และมีการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะทำให้ทุกคนหันมาร่วมมือร่วมใจกัน มุ่งมั่นเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อเพิ่มประโยชน์ส่วนรวมให้มากขึ้น วันข้างหน้าประเทศไทยของเราจะต้องยิ่งใหญ่ก้าวไกลด้วยการพัฒนาและปราศจากปัญหาการเวนคืน และเมื่อถึงวันนั้นประชาชนคนไทยก็จะมีความสุขตลอดไปอย่างแน่นอน

.................................................................