Eng
ไทย
เกี่ยวกับมูลนิธิ
หลักการและจรรยาบรรณ
ราคาประเมินค่าก่อสร้าง
บทความความรู้ข้อแนะนำ
เว็บบอร์ด
ติดต่อมูลนิธิ
สถาบันเหล็กเบรกมั่วนิ่มขึ้นราคาบ้าน
ไทยรัฐ, เสาร์ที่ 13 กันยายน 2546 หน้า 8
 
สรุปสาระข่าว
 
        อุตสาหกรรมก่อสร้างไม่ได้รับผลกระทบ จากราคาเหล็กที่ได้ปรับราคาเพิ่มขึ้น เพราะการปลูกบ้านจะใช้เหล็กประมาณ 10-15% ของราคาบ้าน การที่ต้นทุนได้ปรับขึ้น 10% จึงคิดเป็นต้นทุนบ้าน 1 หลัง ประมาณ 1% เท่านั้น
 
ข้อคิดเห็น
 
        ผู้ประกอบการพัฒนาที่ดินมักจะอ้างว่า ราคาบ้านจะแพง ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากให้คนรีบตัดสินใจซื้อบ้าน ผู้ซื้อบ้านต้องมีความรู้และวิจารณญาณ ไม่เช่นนั้นอาจเป็นการด่วนตัดสินใจได้ อย่าลืม "เสียดายที่ไม่ได้ซื้อ ดีกว่าเสียดายที่ซื้อ (อย่างรีบร้อน)"
 
รายละเอียดของเนื้อข่าว
 
         นายปรีเปรม มาลาสิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการระดมความเห็น เกี่ยวกับการจัดยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมก่อสร้างร่วมกับสถาบันเหล็กฯ วิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างไม่ได้รับผลกระทบ จากราคาเหล็กที่ได้ปรับราคาเพิ่มขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการหรือผู้รับเหมาก่อสร้างไม่สามารถที่จะนำมาใช้เป็นข้ออ้าง เพื่อใช้ปรับราคาบ้านเพิ่มขึ้นได้ เพราะการปลูกบ้านจะใช้เหล็กประมาณ 10-15% ของราคาบ้าน การที่ต้นทุนได้ปรับขึ้น 10% จึงคิดเป็นต้นทุนบ้าน 1 หลัง ประมาณ 1% เท่านั้น ซึ่งผู้ประกอบการหรือผู้รับเหมาก่อสร้าง สามารถที่จะปรับลดต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ โดยการเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารการจัดการ
         ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต้องหันมาเพิ่มศักยภาพ การบริหารจัดการให้มากขึ้นเพื่อลดต้นทุน เพราะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ เนื่องจากการผลิตเหล็กของไทย ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ดังนั้น ในอนาคตราคาเหล็กมีแนวโน้มปรับราคาเพิ่มขึ้น เพราะประเทศจีนมีการใช้เหล็กมากขึ้น
         "ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำยุทธศาสตร์ก่อสร้าง ซึ่งภายในสิ้นเดือนกันยายน 2546 จะแล้วเสร็จและเสนอนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.อุตสาหกรรม เพื่อนำเสนอรัฐบาล ให้นำแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวมาจัดทำให้เกิดเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งผลักดันให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งชาติ และสำนักงานพัฒนาอุตสาหกรรมก่อสร้างแห่งชาติขึ้น เพื่อทำหน้าที่ดูแลและสร้างมาตรฐานของผู้รับเหมาก่อสร้าง รวมถึงการกำหนดราคากลางที่เป็นธรรมกับผู้บริโภค"
         นายวิสุทธิ์ ช่อวิเชียร อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย กล่าวว่า หากสามารถจัดทำยุทธศาสตร์ดังกล่าวได้แล้วเสร็จและเกิดเป็นรูปธรรม จะทำให้สามารถปรับปรุงจุดบกพร่องของอุตสาหกรรมก่อสร้าง ให้มีรูปแบบและบูรณาการตั้งแต่วางแผนผังชุมชน มาตรฐานราคากลาง มาตรฐานวิชาชีพ มาตรฐานวัสดุ การฝึกอบรม การวิจัยพัฒนา เพื่อสร้างศักยภาพของวิศวกร สถาปนิกและผู้รับเหมา ฐานข้อมูลการก่อสร้าง และการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างศักยภาพของวิศวกร สถาปนิกและผู้รับเหมา "ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง มีเงินหมุนเวียน 800,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งในการผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมหรือจีดีพี มีอัตราการเติบโต ซึ่งในปี 2545 มีการเติบโตถึง 6.4% ของจีดีพี".
Area Trebs FIABCI
 
10 ถนน.นนทรี กรุงเทพมหานคร 10120 โทรศัพท์:66 2295 3171: โทรสาร: 66 2295 3994 Email: info@thaiappraisal.org   สถานที่ตั้ง: แผนที่