|
|
| |
|
สรุปสาระข่าว |
| |
| อุตสาหกรรมก่อสร้างไม่ได้รับผลกระทบ
จากราคาเหล็กที่ได้ปรับราคาเพิ่มขึ้น เพราะการปลูกบ้านจะใช้เหล็กประมาณ
10-15% ของราคาบ้าน การที่ต้นทุนได้ปรับขึ้น 10%
จึงคิดเป็นต้นทุนบ้าน 1 หลัง ประมาณ 1% เท่านั้น |
| |
|
ข้อคิดเห็น |
| |
| ผู้ประกอบการพัฒนาที่ดินมักจะอ้างว่า
ราคาบ้านจะแพง ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากให้คนรีบตัดสินใจซื้อบ้าน
ผู้ซื้อบ้านต้องมีความรู้และวิจารณญาณ ไม่เช่นนั้นอาจเป็นการด่วนตัดสินใจได้
อย่าลืม "เสียดายที่ไม่ได้ซื้อ
ดีกว่าเสียดายที่ซื้อ (อย่างรีบร้อน)" |
| |
|
รายละเอียดของเนื้อข่าว |
| |
นายปรีเปรม มาลาสิทธิ์
ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย
เปิดเผยภายหลังการระดมความเห็น เกี่ยวกับการจัดยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมก่อสร้างร่วมกับสถาบันเหล็กฯ
วิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างไม่ได้รับผลกระทบ
จากราคาเหล็กที่ได้ปรับราคาเพิ่มขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการหรือผู้รับเหมาก่อสร้างไม่สามารถที่จะนำมาใช้เป็นข้ออ้าง
เพื่อใช้ปรับราคาบ้านเพิ่มขึ้นได้ เพราะการปลูกบ้านจะใช้เหล็กประมาณ
10-15% ของราคาบ้าน การที่ต้นทุนได้ปรับขึ้น 10%
จึงคิดเป็นต้นทุนบ้าน 1 หลัง ประมาณ 1% เท่านั้น
ซึ่งผู้ประกอบการหรือผู้รับเหมาก่อสร้าง สามารถที่จะปรับลดต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้
โดยการเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารการจัดการ
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต้องหันมาเพิ่มศักยภาพ การบริหารจัดการให้มากขึ้นเพื่อลดต้นทุน
เพราะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ เนื่องจากการผลิตเหล็กของไทย
ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ดังนั้น ในอนาคตราคาเหล็กมีแนวโน้มปรับราคาเพิ่มขึ้น
เพราะประเทศจีนมีการใช้เหล็กมากขึ้น
"ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำยุทธศาสตร์ก่อสร้าง ซึ่งภายในสิ้นเดือนกันยายน
2546 จะแล้วเสร็จและเสนอนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.อุตสาหกรรม เพื่อนำเสนอรัฐบาล
ให้นำแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวมาจัดทำให้เกิดเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งผลักดันให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งชาติ
และสำนักงานพัฒนาอุตสาหกรรมก่อสร้างแห่งชาติขึ้น เพื่อทำหน้าที่ดูแลและสร้างมาตรฐานของผู้รับเหมาก่อสร้าง
รวมถึงการกำหนดราคากลางที่เป็นธรรมกับผู้บริโภค"
นายวิสุทธิ์ ช่อวิเชียร อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์
จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย กล่าวว่า หากสามารถจัดทำยุทธศาสตร์ดังกล่าวได้แล้วเสร็จและเกิดเป็นรูปธรรม
จะทำให้สามารถปรับปรุงจุดบกพร่องของอุตสาหกรรมก่อสร้าง ให้มีรูปแบบและบูรณาการตั้งแต่วางแผนผังชุมชน
มาตรฐานราคากลาง มาตรฐานวิชาชีพ มาตรฐานวัสดุ การฝึกอบรม การวิจัยพัฒนา เพื่อสร้างศักยภาพของวิศวกร
สถาปนิกและผู้รับเหมา ฐานข้อมูลการก่อสร้าง และการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างศักยภาพของวิศวกร
สถาปนิกและผู้รับเหมา "ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง มีเงินหมุนเวียน 800,000 ล้านบาท
ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งในการผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมหรือจีดีพี มีอัตราการเติบโต
ซึ่งในปี 2545 มีการเติบโตถึง 6.4% ของจีดีพี". |
|
|