|
ทิศทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อน
(Resort Properties) ในประเทศไทย
สถานการณ์อสังหาริมทรัพย์เมืองท่าตากอากาศ
ภูเก็ต สมุย ระยอง และชลบุรี
การเสวนาวิชาการรายเดือน ครั้งที่ 38 วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน 2548 ณ โรงแรมนารายณ์
ถ.สีลม กรุงเทพมหานคร |
|
| งานเสวนาวิชาการครั้งนี้
ได้เชิญนักธุรกิจที่มีความรู้ ประสบการณ์โดยตรง
ที่ประสบความสำเร็จในการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อน
(Resort Properties) ในประเทศไทย จากผู้รู้จริงในพื้นที่
และนักพัฒนาที่ดินระดับแนวหน้า โดยเชิญท่านมาค้นพบหาคำตอบและความเปลี่ยนแปลง
ตัวเลขชี้วัดจากนักวิชาชีพเฉพาะด้าน ความสามารถในการขายของแต่ละประเภท
ระดับราคา ระดับทำเล พร้อมวิเคราะห์กลุ่มนักลงทุน
และพบความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ของตลาดซื้อ-ขาย
แนวโน้มการเติบโตที่ไม่หยุดนิ่งของอสังหาริมทรัพย์ในแต่ละภูมิภาคและสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญต่อเศรษฐกิจ
ในเมืองท่าตากอากาศ ภูเก็ต สมุย ระยอง และชลบุรี
ของประเทศไทย |
| |
|
| |
คุณ สงกรานต์ อิสสระ
ตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บมจ.ชาญอิสสระ
ดีเวล็อปเม้นท์ กรณีจังหวัดภูเก็ต |
จุดขายของแหล่งท่องเที่ยวและประเภทธุรกิจเพื่อการพักผ่อนและการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตมีเอกลักษณ์เฉพาะที่
แต่ละที่มีความแตกต่างกันทางกายภาพไม่ว่าจะเป็น
เกาะภูเก็ต เกาะสมุย ชะอำ หัวหินและระยอง ในแต่ละสถานที่จะมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของไทย
เนื่องจาก การท่องเที่ยวและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้
ได้นำรายได้เข้าสู่ประเทศเป็นจำนวนมาก และเป็นรายได้หลักที่สำคัญของประเทศอีกด้วย
จุดขาย จุดเด่น ที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ตก็คือ
มีธรรมชาติที่สวยงาม งดงาม จากการที่เรารักษาธรรมชาติในพื้นที่ที่จะลงทุนโดยการนำเอาธรรมชาติมาสร้างความกลมกลืนกับสถาปัตยกรรมก่อสร้างนั้น
จะทำให้เพิ่มมูลค่าและลดต้นทุนในการก่อสร้าง ถึงประมาณ 20-30% นอกจากนั้นยังจะมีประโยชน์ในการรักษาหน้าดินตามธรรมชาติอีกด้วย
จุดเด่นของการพัฒนาภูเก็ตที่ผ่านมา 20 กว่าปี
โดยภาพรวม มีดังนี้คือ
1. ธรรมชาติทางกายภาพที่สวยงามของจังหวัด ทำให้ต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาในจังหวัดเป็นจำนวนมาก
ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องรักษาดูแลความสะอาดเป็นอย่างมาก เพื่อไม่ให้ทำลายภาพลักษณ์ที่งดงามของแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในจังหวัดภูเก็ต
2. Serviced ของผู้ให้บริการ และพนักงานของธุรกิจนั้นๆ
จะมีความโดดเด่นมาก เพราะนักท่องเที่ยวได้รับการดูแลและเอาใจใส่จากการให้บริการที่ดีของผู้ให้บริการ
ทำให้ผู้บริโภคได้รับความพึงพอใจสูงเป็นอย่างมาก
3. การคมนาคมมีความสะดวกรวดเร็วมาก โดยเฉพาะภูเก็ตมีสนามบินนานาชาติ
ที่คอยรองรับและให้บริการจำนวนนักท่องเที่ยวอย่างเพียงพอ โดยอยู่สิงคโปร์เดินทางมาภูเก็ต
ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น
4. อาหารและความเป็นอยู่ของนักท่องเที่ยวมีความหลากหลายประเภท
(Life style) และสามารถให้บริการประเภทอาหารจากต่างประเทศทั่วโลก การเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวของชาวต่างชาติในประเทศไทยเมื่อเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวที่บาหลี
แล้วนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาจังหวัดภูเก็ตมากกว่าเดิม เนื่องจากภูเก็ตมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกแล้ว
ยังมีค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายที่ไม่แพงนักเมื่อเทียบกับบาหลี
5. ปัจจัยที่สำคัญอีกประการ ก็คือ การก่อการร้ายในประเทศต่างๆ
นักท่องเที่ยวที่เข้ามาในจังหวัดภูเก็ตจะมีความมั่นใจและเชื่อมั่นระบบความปลอดภัยสูง
6. ประเทศไทยไม่มีปัญหาเรื่อง เอกสารสิทธิ์
สิทธิการเช่าซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ ไม่เหมือนกับหลายๆประเทศที่ยังไม่มีความแน่นอนในเรื่องนี้
นักท่องเที่ยวที่เป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ ได้แก่
นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น และชาวรัสเซีย เริ่มทยอยเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตเพิ่มมากขึ้น
เนื่องจาก ชาวต่างชาติได้รับการดูแล เอาใจใส่ที่ดีของผู้ให้บริการธุรกิจต่างๆ และจังหวัดภูเก็ตมีแหล่งท่องเที่ยวที่ชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของต่างชาติ
นอกจากนั้น การลงทุนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อรองรับการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตก็เจริญเติบโตเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าจะเป็น Apartment, Serviced Apartment, Condominium, Hotel, ระดับต่างๆ และยังสามารถขยายตัวทางด้านอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยได้ดี
ตั้งแต่บ้านราคาต่ำกว่า 20 ล้านบาท วิลล่า ราคาระหว่าง 20-40 ล้านบาท ไปจนถึงบ้านเดี่ยว
ราคา 40 ล้านบาทขึ้นไป มีอยู่ประมาณ 50-60 หลัง |
| |
|
| |
คุณ สมควร นกหงส์
ตำแหน่ง ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดชลบุรี
กรณีจังหวัดชลบุรี |
เศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรีและอำเภอศรีราชา
มีความเจริญและการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดไปมาก
ทำให้ประชากรจะมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงเป็นอันดับหนึ่ง
ในระดับอำเภอทั่วประเทศ ยกเว้นกรุงเทพ ส่วนในระดับจังหวัด
เป็นอันดับสอง รองจากจังหวัดระยอง มีรายได้ประชากรเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ
550,000 บาท ต่อปี จังหวัดชลบุรี มีรายได้ประชากรเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ
300,000 บาท ต่อปี
รายได้หลักที่นอกจากการท่องเที่ยวแล้ว ยังมีการจัดเก็บภาษีโรงกลั่นน้ำมันเอชโซ่
อุตสาหกรรม ปิโตเลียม อีกปีละประมาณ 6,000 พันล้านบาท และการเก็บภาษีของกรมศุลกากร
ในการนำเข้าและส่งออก ขนถ่ายสินค้าจากต่างประเทศ อีกประมาณ 40,000 หมื่นล้านบาท
และรวมรายได้อื่นๆ ทั้งหมดประมาณ 150,000 ล้านบาท
เนื่องจากจังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่ที่มีเศรษฐกิจสำคัญหลายอย่าง
และเป็นพื้นที่ทองคำของนักลงทุน ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ได้ให้ความสนใจที่เข้ามาลงทุนทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดมากขึ้นจากเดิมเป็นจำนวนมาก
ส่วนใหญ่แล้วโรงแรมในศรีราชาจะมีน้อย ซึ่งให้บริการแก่นักท่องเที่ยวไม่เพียงพอ จึงทำให้ผู้ลงทุนหันไปทำธุรกิจประเภท
Serviced Apartment เป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีต้นทุนต่ำและกิจการสามารถเปรียบเทียบคุณภาพของการให้บริการกับโรงแรมได้
เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวของคนในประเทศและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก
ปัจจุบันนี้ศรีราชามีชาวญี่ปุ่น ที่พักอาศัยอยู่ ประมาณ 3,000 คนเศษ โดยมีธุรกิจที่อยู่อาศัยที่เป็น
Apartment ประมาณ 50,000 ห้อง ที่เป็น Serviced Apartment ไม่เกิน 3,000 ห้อง ส่วนธุรกิจโรงแรมมีจำนวนน้อยมาก
และโครงการบ้านจัดสรร ทั้งศรีราชา พัทยา อีกกว่า 100 โครงการ
เมื่อสมัยก่อนนั้นจังหวัดชลบุรีจะมีปัญหาเรื่องน้ำประปา
ที่จะมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ยังไม่เพียงพอ ทางจังหวัดจึงต้องเร่งพัฒนาหาแหล่งน้ำตามธรรมชาติต่างๆ
ให้ทัน เพื่อสนองให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในหลายพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นเขตเศรษฐกิจ
หรือเขตอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการขยายตัวของนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาใช้บริการในอนาคตต่อไป
ได้จัดทำการต่อท่อจากบางปะกง ไปจนถึงบางพระ และอีกหลายจุด จึงทำให้จังหวัดระยองและชลบุรีมีน้ำใช้อุปโภคและบริโภคอย่างเพียงพอ
มีการกักเก็บน้ำไว้ ประมาณ 400 กว่าล้านคิว
ท่าเรือแหลมฉบัง เป็นแหล่งขนส่งสินค้าทางทะเลที่สำคัญต่างๆ
ของประเทศ ปัจจุบันท่าเรือแหลมฉบังใหญ่ เป็นอันดับที่ 19 ของโลก ทางจังหวัดชลบุรีตั้งเป้าหมายไว้ว่าอีก
2 ปีข้างหน้า จะพัฒนาให้เป็นอันดับ 16 ของโลก และอนาคตข้างหน้าจะมีการขยายถนนให้เชื่อมต่อจังหวัดชลบุรีหลายสายด้วยกัน
ส่วน GDP ของ 10 จังหวัดภาคตะวันออก สูงถึง 46% จากโดยรวมของประเทศ
ปัจจัยที่ที่ทำให้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและต่างชาติส่วนใหญ่เข้ามาในจังหวัดชลบุรี
มีดังนี้
1. ภาวะทางเศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรีดี
2. เป็นแหล่งรวมของสถานบันเทิงที่หลากหลาย
จึงเป็นจุดที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว
3. เป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญต่อนักลงทุนชาวต่างชาติ
4. การเดินทางมีความสะดวกและรวดเร็วมาก เนื่องจากมีถนนหลายสายเชื่อมต่อกับจังหวัด |
| |
|
| |
คุณไพศาล บัณฑิตยานนท์
ตำแหน่ง เจ้าของและกรรมการผู้จัดการ
Rabbit Resort กรณีพัทยา |
ศักยภาพของพัทยา
จากอดีตจนถึงปัจจุบันสนามบินมีความสำคัญเป็นอย่างมากในธุรกิจต่างๆ
และระบบเศรษฐกิจของประเทศขึ้นอยู่ไม่กี่ปัจจัย
ดังนี้ ปัจจัยภายใน คือ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคหรือนักท่องเที่ยว
ปัจจัยที่สอง คือ ปัจจัยทางด้านการเมือง โดยทั้ง
2 ปัจจัยนี้สำคัญมาก ดังนั้น สนามบินสุวรรณภูมิ
มี Location ที่ดีมาก โดยรอบบริเวณสนามบินสามารถติดต่อกับจังหวัดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงอยู่ใกล้สถานที่แหล่งขนส่งต่างๆ
สาธารณูปโภคครบครันที่พร้อมจะขยายตัวไปตามภูมิภาคต่างๆ
ของไทย และต่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว จึงเป็นปัจจัยที่สำคัญและเป็นแรงผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้มีความเจริญ
แต่เมื่อไหร่สนามบินสุวรรณภูมิแล้วเสร็จ ในเดือนมิถุนายน
พ.ศ. 2549 ก็จะทำให้เศรษฐกิจทางด้านสิ่งก่อสร้าง
ทางด้านคอมพิวเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ มีการขยายตัวและเติบโตไปเป็นอย่างมาก
ซึ่งแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจของประเทศจะตกต่ำก็ตาม
แต่การพัฒนาของเมืองพัทยาก้าวไปข้างหน้ามากไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ในทุกด้าน
ซึ่งมีจะแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เป็นอย่างมาก ปัจจุบันนี้และในอนาคตเมืองพัทยาจะเป็นที่อยู่อาศัยของผู้บริหารระดับกลาง
ไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง และผู้ชาวต่างชาติที่มีอายุ 55 ปี มาเดินทางเข้ามาอาศัยอยู่พัทยาเพิ่มขึ้น
เนื่องจากพัทยามีศักยภาพมาก และมีสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ที่ครบครัน ทำให้นักลงทุน
และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มีความสะดวกสบาย มีความเป็นอยู่ที่ดี และในอนาคตของพัทยาอันใกล้นี้จะมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมากในด้านต่างๆ
ดังนี้
1. เป็นศูนย์กลางของคนต่างชาติที่เกษียณอายุ
จะมาอยู่ที่พัทยาเป็นจำนวนมาก
2. พัทยาจะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคและของประเทศ
จะทำให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนก่อให้เกิดสำนักงานใหญ่ของต่างชาติมากขึ้น
3. อุตสาหกรรมขนาดใหญ่จะเกิดขึ้น และจะมีการจ้างงานมากขึ้น
4. จะเป็นศูนย์กลางแหล่ง Shopping และตลาดการค้าขายที่สำคัญ
5. จะเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์
6. ศูนย์กลางอาหารนานาชาติ
7. ศูนย์กีฬา Complex
8. เป็นศูนย์กลางทางการเงินระหว่างในและต่างประเทศ
9. แหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรม
10. ศูนย์กลางอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ
ส่วนใหญ่แล้วนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวพัทยา ในวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์
จะมีการใช้บริการห้องพักในรูปแบบต่างๆ เช่น โรงแรมระดับต่างๆ Serviced Apartment,
Apartment เป็นจำนวนมาก โดยมีการให้บริการห้องพักทั้งหมดเกือบ 90-100 เปอร์เซ็นต์
ส่วนในวันธรรมดา จะมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการห้องพักอาศัยอย่างต่อเนื่อง
ประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ จะเห็นได้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อนของพัทยา
ยังมีการพัฒนาเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ข้อเสนอแนะการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของพัทยา
ให้กับฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งทางภาครัฐและเอกชน มีดังนี้
1. เมืองพัทยาจะต้องมีการโปรโมท นำเสนอชื่อเสียงที่ดี
ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก และมีการจัดแพ็คเก็ต และโปรโมชั่น ที่เป็นประโยชน์ที่คุ้มค่าให้กับลูกค้าสูงสุด
2. รัฐบาลควรส่งเสริมและอนุญาตให้ชาวต่างชาติซื้อเฉพาะที่อยู่อาศัยเท่านั้น
โดยมีการกำหนดระเบียบข้อบังคับที่ชัดเจน ในการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติ
เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจทุกด้านของพัทยาต่อไปในอนาคต |
| |
|
| |
คุณ ประทักษ์ สิมะพิชัยเชษฐ์
ตำแหน่ง ประธานกรรมการโรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย |
โดยคุณประทักษ์
สิมะพิชัยเชษฐ สรุปการบรรยายของ Mr. Eric Hallin,
กรรมการผู้จัดการ โรงแรมศิลาเอวาซอน ไฮด์อะเวย์แอนด์สปา
กรณีเกาะสมุย
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทางด้าน Resort, Service
Apartment, และ Hotel ในเกาะสมุย จำเป็นจะต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของธุรกิจในด้านต่างๆ
การพัฒนาธุรกิจ การโฆษณา การส่งเสริมการตลาดการขาย อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการดึงดูดใจลูกค้าและเพิ่มมูลค่าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อนนี้
เมื่อในอดีตกลุ่มนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาที่เกาะสมุยค่อนข้างจะมีรายได้ค่อนข้างจำกัด
อำนาจในการซื้อบริการของนักท่องเที่ยวยังไม่มาก แต่ปัจจุบันนี้นักท่องเที่ยวจะมีคุณภาพมากขึ้นจากเดิมเป็นอย่างมาก
ไม่ว่าจะเป็นฐานะทางการเงิน ภาวะเศรษฐกิจของเกาะสมุย ได้รับการพัฒนาความเจริญไปอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะที่ดินและบ้านที่อยู่อาศัยประเภทต่างๆ จะมีราคาแพงมากกว่าเดิมหลายเท่า โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวจะสูงขึ้น
จึงทำให้นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและอำนาจในการซื้อน้อย จะลดน้อยลง
จะเห็นได้ว่ามูลค่าของธุรกิจเกาะสมุยเพิ่มขึ้นจากอดีตเป็นอย่างมาก
โอกาสในการลงทุนยังน่าสนใจอยู่มาก โอกาสยังไม่มีความเสี่ยงจากการประกอบการลงทุนธุรกิจประเภทอสังหาริมทรัพย์มากนัก
แต่นักลงทุนจะต้องศึกษาผลกระทบจากปัจจัยภายในและภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ และคู่แข่งขันทางธุรกิจให้ดี
ก่อนจะตัดสินใจในการลงทุนกับธุรกิจประเภทนี้ โดยการพัฒนาธุรกิจทางด้านอสังหาริมทรัพย์
จะมีลักษณะคล้ายกับจังหวัดระยอง ก็คือ การก่อสร้างไม่เน้นเฉพาะที่บริเวณชายหาดทะเล
แต่จะไปพัฒนาบริเวณที่ไม่ห่างจากทะเลมากนัก โดยมุ่งที่จะก่อสร้างตามแหล่งพัฒนาที่ดิน
ที่มีธรรมชาติสวยงาม มีความสงบ และมีสาธารณูปโภคครบถ้วน
นักท่องเที่ยวที่เป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ ได้แก่
ฮ่องกง จีน ญี่ปุ่น ชาวเอเชีย จะเริ่มเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น เพราะในประเทศของเขาจะเข้าสู่ช่วงภัยทางธรรมชาติ
และลมมรสุมต่างๆ จึงทำให้นักท่องเที่ยวได้รับความปลอดภัยจากภัยทางธรรมชาติ จึงถือโอกาสมาพักผ่อนในประเทศไทย
สาเหตุที่สำคัญที่นักท่องเที่ยว ไม่เดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศยุโรป เนื่องจาก
กลัวความไม่ปลอดภัยจากการก่อการร้ายในประเทศต่างๆ และความไม่มั่นใจในระบบความรักษาปลอดภัย
อีกด้วย
ปัญหาสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่เกาะสมุยที่กำลังเข้าสู่การพัฒนา
มีดังนี้
1. บางพื้นที่ของเกาะยังไม่ได้รับการดูแลและพัฒนาขึ้นอย่างจริงจัง
2. ขยะมูลฝอย ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก ทำให้ทัศนียภาพของธรรมชาติลดลง
3. สภาพถนนของการเดินทางโดยรถยนต์ ยังรอการพัฒนาอยู่เป็นอย่างมาก
4. กลุ่มพวกมิจฉาชีพ มีจำนวนมาก
5. ข้อกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
ที่สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว |
| |
|
| |
คุณ วรรณา โฆวินฑะ ตัณฑเกษม
ตำแหน่ง ประธานสภาที่อยู่อาศัยไทย กรณีจังหวัดระยอง |
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อนประเภทต่างๆ
โดยเฉพาะคอนโด และบ้านที่อยู่อาศัยบริเวณหาดแม่รำพึง
และบริเวณโดยรอบ ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรในปีที่ผ่านมา
เนื่องจากภูมิศาสตร์ทางกายภาพและสิ่งแวดล้อมของพื้นที่บริเวณนี้เป็นชายหาดเปิด
ชายหาดมีคลื่นและมีลมแรงมาก จึงทำให้นักลงทุนมุ่งลงทุน
Serviced Apartment มากกว่าจะลงทุนทำธุรกิจบ้านและที่อยู่อาศัย
เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคตทั้งในประเทศและชาวต่างประเทศ
ส่วนโชนตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดระยอง คือ
บริเวณบ้านเพ สวนสน ควรจะมีการศึกษา การสำรวจพื้นที่ เพื่อพิจารณาในการลงทุนทำธุรกิจบ้านพักตากอากาศของนักท่องเที่ยว
ก็น่าจะได้ผลดีและมีความเป็นไปได้ในตลาดที่สูง เพราะว่า บริเวณดังกล่าวจะมีค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง
สถานที่ท่องเที่ยวและให้บริการมีความสงบ และธรรมซาติมีความงดงาม สวยงามเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวตากอากาศในจังหวัดชลบุรีแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดระยองมีความเป็นส่วนตัว
และอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากที่สุด และการเดินทางก็ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนักอีกด้วย
การพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อนของจังหวัดระยอง
จะเป็นไปอย่างช้าๆ และค่อยเป็นค่อยไป โอกาสในการลงทุนก็น่าสนใจมาก เฉพาะบางแห่งที่เป็นธรรมชาติที่สวยงามอยู่แล้ว
ปัจจุบันนี้การพัฒนา และก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อนของจังหวัดระยอง
จะไม่มุ่งเน้นพัฒนาก่อสร้างที่บริเวณชายหาดทะเลเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่จะมุ่งไปพัฒนาพื้นที่ที่เป็นธรรมชาติสวยงามในพื้นที่ราบ
หรือบริเวณบนเชิงเขาในรูปแบบ รีสอร์ท เพิ่มมากขึ้น
กรณีเกาะเสม็ด ว่าราคาห้องพัก ค่าครองชีพ อาหารและเครื่องดื่ม
ตลอดจนกิจกรรมนันทนาการต่างๆ นักท่องเที่ยวจะมีค่าใช้จ่ายต่อคนของนักท่องเที่ยวค่อนข้างสูง
และการลงทุนธุรกิจประเภท Resort จะมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ค่าขนส่งที่สูงตามไปด้วย
เนื่องจากเกาะเสม็ดกำลังเจริญเติบโต การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจแหล่งท่องเที่ยว และลงทุนธุรกิจประเภทนี้จะเป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องมากในช่วงนี้
จะแตกต่างกันกับแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ในตัวจังหวัดระยอง
ปัจจัยที่สำคัญในการลงทุนธุรกิจของเกาะเสม็ด
คือ
1. ค่าขนส่งและค่าวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างจะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง
2. ในอนาคตอันใกล้นี้ เกาะเสม็ดจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับสนใจและความนิยมอย่างมาก
เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติ และความสงบ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
3. ภูมิศาสตร์ทางกายภาพของเกาะเสม็ด มีธรรมชาติที่สวยงามและสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
4. ธุรกิจทางด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อนยังมีอยู่น้อย
เหมาะที่จะลงทุนธุรกิจการท่องเที่ยวในกิจกรรม และหลายประเภท เช่น กิจกรรมทางนันทนาการทางทะเล
ปั่นจักรยาน ปีนหน้าผา เป็นต้น
5. พื้นที่ในจังหวัดระยองและจังหวัดใกล้เคียงมีธุรกิจประเภทอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก
ซึ่งจะทำให้สถานที่และแหล่งท่องเที่ยวบางแห่ง ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม |
|
|
| |
คุณ พินิจยศ สอาดเอี่ยม
ตำแหน่ง ประธานกรรมการบริษัท โรงแรมนิพนธ์รีสอร์ท
ชะอำ กรณีชะอำ |
ธุรกิจท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อนในประเทศไทยที่น่าลงทุนมากที่สุด
ก็คือ แหล่งท่องเที่ยวที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ชะอำ หัวหิน เพราะว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนไทยส่วนใหญ่ให้ความนิยมมาใช้บริการแหล่งท่องเที่ยวที่นี่เป็นจำนวนมากกว่าชาวต่างชาติ
ดังนั้นการลงทุนทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อนที่ชะอำ
จะมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมากนัก และไม่มีความเสี่ยงที่สูง
เนื่องจากนักท่องเที่ยวได้เดินทางมาเที่ยวตลอดทั้งปี
และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ มีหลากหลายรูปแบบ
หลากหลายกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการเดินเขา ปั่นจักรยาน
ดูนก ตกปลา ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมของไทยอีกด้วย
ปัจจัยที่สำคัญ และแนวโน้มของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อนของชะอำ
มีดังนี้
1. ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวมีความประหยัดมากเมื่อเทียบกับสถานที่อื่นๆ
2. มีกิจกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ ที่สำคัญไว้คอยให้บริการนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก
3. สถานที่ท่องเที่ยวอยู่ไม่ห่างไกลจากกรุงเทพฯ
การเดินทางมีความสะดวกรวดเร็วมาก
4. ธรรมชาติมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ทะเล
ภูเขา สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ต่างๆ
5. สถานที่ท่องเที่ยวอยู่ในจังหวัดที่เป็นทางผ่านและเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคมหลายจังหวัด
6. นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเที่ยวตลอดทั้งปี
ข้อด้อย
1. การดูแลและจัดการรักษาความสะอาดบริเวณชายหาดและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ
ยังไม่ดีพอ
2. ส่วนใหญ่แล้วจะมีโรงแรมที่พักในจังหวัด
อยู่ระดับไม่เกิน 3 ดาว ที่คอยให้บริการนักท่องเที่ยวคนไทยมากกว่า ยังมีบริการของโรงแรมระดับ
4-5 ดาวอยู่น้อยมาก ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวที่จะมาใช้บริการในช่วง
High Season เป็นช่วงที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก |
|
|
| |
| สรุป |
ทิศทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อนในประเทศไทย
มีแนวโน้มและปัจจัยในภาพรวม อยู่หลายประการด้วยกันขึ้นอยู่กับสถานการณ์
และสิ่งแวดล้อมของแต่ละพื้นที่ แต่โดยภาพรวมแล้วจะเห็นได้ว่า
มีปัจจัยที่ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการท่องเที่ยว
มีดังนี้
1. ปัจจัยด้านการคมนาคม การขนส่งทางบกและทางทะเล
สนามบินนานาชาติ เป็นปัยจัยที่สำคัญที่สุด ที่จะส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวในอนาคตของไทย
ให้มีความเจริญรุ่งเรืองต่อไป
2. ปัจจัยด้านการให้บริการ (Serviced) ของผู้ประกอบการทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ
ที่ทำให้นักท่องเที่ยวมีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก
3. ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศ
4. ปัจจัยด้านน้ำและสาธารณูปโภค สาธารณูปการอื่นๆ
ที่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค
5. ปัจจัยด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว
เพราะฉะนั้น ผู้ประกอบการทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทเพื่อการพักผ่อนนี้ ควรสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของธุรกิจบริการและความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญ |
| |
|
|