Eng
ไทย
เกี่ยวกับมูลนิธิ
หลักการและจรรยาบรรณ
ราคาประเมินค่าก่อสร้าง
บทความความรู้ข้อแนะนำ
เว็บบอร์ด
ติดต่อมูลนิธิ
ฮวงจุ้ย: กับการเลือกที่อยู่อาศัยและทำเลการค้าปี 48
วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน 2547 ณ โรงแรมนารายณ์ ห้องรัตนโกสินทร์ ถนนสีลม กรุงเทพฯ
 
เคล็ดลับความสำเร็จของการสร้างแบรนด์สินค้า
คุณชาลอต โทณวณิก
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

     ประสบความสำเร็จด้านการสร้าง Brand ข้อมูลของการปฏิบัติในการสร้างBrand ตัวอย่างของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
     Brand คือ ทุกสิ่งที่ลูกค้าได้ประสบกับสินค้านั้น ๆ เช่น Brand ของอสังหาฯ คือ การโฆษณา โบชัวร์ ตัวอย่างบ้าน เป็นต้น

     ปัจจุบัน การสร้าง Brand มีความสำคัญมาก เพราะจะมีส่วนในการสร้างรายได้ ตัวอย่างของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ก็จะมีปรับปรุงพัฒนามาก ในระดับของผู้บริหารเปิดกว้างในการรับฟังพนักงาน และดูบริษัทรอบข้างว่าเป็นอย่างไร มีพัฒนารูปร่างลักษณะบุคลิกให้ทันสมัยอยู่เสมอ ขณะที่ปัจจุบันเทคนิคต่าง ๆ มีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น เป็นตัวช่วยในการย่นระยะเวลาการทำงานให้น้อยลงและได้งานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
     ตัวอย่าง แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ซึ่งมีการแตกBrand ขึ้นมาอีก เช่น บ้านสบาย เป็นการทำBrandทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง การแบ่งแยกส่วนของตลาด แบ่งตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งจะแบ่งกลุ่มลูกค้าที่สามารถขายอสังหาริมทรัพย์ได้ในระดับที่แตกต่างกัน เพราะในกลุ่มราชการก็จะราคาหนึ่ง และในกลุ่มของระดับผู้บริหารก็อีกระดับหนึ่ง Style ก็แตกต่างกันไป มีโปรแกรมส่งเสริมการขาย แต่ข้อควรระวังก็คงต้องระวังในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้น และจะเป็นจุดที่ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ ทำให้เกิดการต่อรองอีกด้วย
 
     การทำงานวิเคราะห์ วิจัย เกี่ยวกับวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ตัวอย่าง แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ในการทำโครงการบ้านอยู่สบาย เริ่มเก็บข้อมูล ความต้องการของลูกค้า การต่อเติมและทุบทิ้งในส่วนของบ้านที่ไม่ต้องการ
 
     ตัวอย่างของ MK ซึ่งจะสังเกตพฤติกรรมการกินของลูกค้า ในอดีตจะสังเกตว่าลูกค้าต้องเด็ดผักเอง และเมื่อสังเกตและวิเคราะห์การกินของลูกค้าที่ใช้มือเด็ดผัก จึงเปลี่ยนวิธีเป็นการหั่นมาให้ลูกค้า เป็นการอำนวยความสะดวกในกับลูกค้าในที่สุดแล้วลูกค้าก็จะเป็นผู้ตัดสินใจในการใช้บริการของร้านนั้น ๆ เอง
 
     ดังนั้น เราควรจะสร้าง Brand หรือ เราจะ Re-Brand แต่จากประสบการณ์ของเรา ให้เราสร้าง Brand ดีกว่าการ Re-Brand เช่น Giffarine และ Orang สัญลักษณ์ที่ใคร ๆ ก็ทราบว่าเป็นสีส้ม หรือคาราบาวแดงที่สามารถเป็นยักษ์ใหญ่ได้คือ red blue สามารถสร้าง Brand ใหม่ได้เพียง 1 เดือน จากการออกโฆษณา และได้เตรียมว่าจะขาย 1 ล้านขวด แต่ผลิต 2 ล้าน เพื่อรับรองความต้องการของลูกค้า และตัวอย่างไอติม โพลี ที่หักเปาะที่สร้าง Brand แล้วประสบความสำเร็จ Demand มาก แต่ผลิตไม่พอกับความต้องการพอลูกค้าหาซื้อ พอไม่มีบ่อย ๆ ลูกค้าลืมไปเลยว่ามีไอติมนี้ยังขายอยู่ ถึงแม้จะสร้าง Brand ได้สำเร็จก็ต้องดูหลาย ๆ อย่างประกอบด้วย
 
     ถ้า Re-Brand อย่าง M-150 คือ เครื่องดื่มของผู้ใช้แรงงาน ก็จะนึกถึงคนขับ 10 ล้อ แต่เมื่อมีการปรับเปลี่ยนเอานักร้องมาเป็นจุดขาย ก็ประสบความสำเร็จ ได้ลูกค้ากลุ่มใหม่เพิ่มขึ้น หรือ Happy D-prompt ที่เปลี่ยนจาก World phone 1800 ทำให้คนลืม Brand เดิมและจำ Brand ใหม่ที่คุ้นหู คุ้นตามากกว่า
 
     สิ่งที่เราควรทำในการสร้าง Brand คือ
     1. ต้องค้นหาตัวเองก่อนว่าเราอยู่ในสถานะไหน ลูกค้ามองเราอย่างไร เริ่มจับกลุ่มลูกค้าที่เราต้องการ และผลิตสินค้าที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย
        สิ่งที่สำคัญ ทำสิ่งใดไปควรมีการตรวจสอบเสมอตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจจะทำหรือไม่
     2. ควรมีพันธมิตรในการทำงาน ไม่ควรทำงานเป็นเอกเทศ การทำ Brand ในปัจจุบัน เราเองต้องคำนึงถึงสังคมด้วย
สรุป สิ่งที่เราควรรู้และควรทำ
1.
การทำธุรกิจ สำรวจมาแล้ว ดูว่าคนอื่นมองเราอย่างไร
2.
รู้คู่แข่งว่าทำอย่างไรบ้าง
3.
รู้ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย
4.
มาพิจารณาว่าจะสร้าง Brand ใหม่ หรือ Re-Brand หรือไม่ หรืออาจไม่ต้องทำก็ได้
5.
มีการตรวจสอบว่าตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่
6.
มีการประเมินผลการทำงานด้วย

ฮวงจุ้ยกับการเลือกที่อยู่อาศัยและทำเลการค้าปี 48
อาจารย์วิศิษฏ์ เตชะเกษม
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท เทรา มาซา จำกัด
 
     กาลเวลาที่ผ่านไป สภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนไป คนหลากหลายก็เปลี่ยนไปด้วย เช่น วังบูรพา บางลำพู ราชประสงค์ ฯลฯ อสังหาริมทรัพย์ก็มีวันเปลี่ยนไปตามวันเวลา
 
     ปัจจุบันฮวงจุ้ยค่อนข้างมีอิทธิพลต่อคนมาก ในช่วงปี 2539-2546 จะเรียกว่า ก่อนฟ้า ช่วง 2547-2566 จะเรียกว่า หลังฟ้า ซึ่งเป็นช่วงยุค 8 การเติบโตของแต่ละยุคก็จะหมุนเวียนกันไปตามที่ต่าง ๆ เช่น
ยุค 6
มหาสมุทรอินเดีย
ยุค 7
อเมริกาเหนือ
ยุค 2
อเมริกาใต้
ยุค 9
ยุโรปตะวันตก
ยุค 4
ยุโรปตะวันออก
ยุค 3
อินเดีย เอเชียตะวันตก รัสเซีย จีน เอเซียนอาคาเนย์
ยุค 1
อินโดจีน ออสเตเรีย
     ปัจจุบัน 8 หน้าที่ครองจักรวาล เมื่อหมุนมาโคจร 2547 –2566 เป็นอิทธิพลของดาวหมายเลข 8 แต่เมื่อ 20 ปีก่อนเป็นดาวหมายเลข 7 ซึ่งปกคลุมในฝั่งอเมริกา ทำให้อเมริกาเองเรืองอำนาจสามารถสั่งคนเป็นคนตายได้ เมื่อมีการหมุนดาวมาเป็นหมายเลข 8 ซึ่งในกลุ่มตะวันออกจะได้อิทธิพลมากที่สุด คือ จีน และจีนเป็นประเทศที่ผลิตเครื่องคิดเลข หลอดไฟ ฯลฯ
 
     ทางด้านอสังหาริมทรัพย์เอง เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา เป็นยุคเฟื่องฟู อำนาจของดวงดาวส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกจริง ๆ แต่ถ้าเรารู้ถึงการเปลี่ยนแปลงและนำมาใช้ประโยชน์เราก็จะสามารถรักษาความสำเร็จนี้ไว้ได้ เพราะเราหยุดการเคลื่อนไหวไม่ได้ แต่เราสามารถคิดและประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงได้
ยุค 7 (ช่วง 2539-2546) หมายถึง อุตสาหกรรม ผ้าทอ ความสวยงาม ความสำอาง เทคโนโลยี
ยุค 8 (ช่วง 2547-2566) หมายถึง ธาตุไม้ที่มีดิน อาหาร ธัญพืช เกษตรกรรม ธรรมชาติ คนเริ่ม
     กลับมาสู่ยุคของการกินอาหารประเภทพืช สิ่งที่เกิดจากธรรมชาติ การทำสปา ถ้าเราจะทำธุรกิจในยุค 8 เราต้องเรียนรู้จักที่จะทำให้เข้ากับยุค 8
 
     กายภาพของประเทศทิศทางของยุค 8 คือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ทางภาคอีสาน จะทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์จะต้องมุ่งเน้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นนี้ก็จะวิ่งเข้าลาว เวียดนาม ทางตะวันออกเฉียงใต้ ก็จะวิ่งเข้า กัมพูชา ตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นไหหลำ เซียงไฮ ฮ่องกง รวมทั้งประเทศเกาหลี สินค้าประเภทคอมพิวเตอร์ จะถูกส่งมาจากเกาหลีเป็นส่วนใหญ่
 
     จับตามอง อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ ที่จะมีการฟื้นฟูทางด้านอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสูง และถ้าเป็นของกรุงเทพ สายตะวันออกเฉียงเหนือ สุวินทวงศ์ ร่มเกล้า สายตะวันออกเฉียงใต้ บางนา ร่มเกล้า กิ่งแก้ว เป็นที่ที่มีการเจริญเติบโตมาก ซึ่งเส้นร่มเกล้าจะเป็นตัวเชื่อมระหว่างสายตะวันออกเฉียงเหนือและสายตะวันออกเฉียงใต้
 
     ที่ที่จะประสบความสำเร็จจะต้องมี 3 ประการ
               1. ฟ้า เป็นตัวกำหนดให้พื้นที่ไหนดีและไม่ดี 2. ดิน สภาพของชัยภูมิ 3. คน
ต่อไปบ้านที่หันทิศไปทางทิศตะวันตกจะขายยาก ทิศที่ร้อนที่สุด คือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือและทิศตะวันตกเฉียงใต้ที่ร้อนที่สุด ดวงอาทิตย์จะตกในทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือในฤดูร้อน และตกในทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในฤดูหนาว ไม่ควรซื้อบ้านที่หันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เพราะจะร้อนที่สุด และทำให้แบกค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในเรื่องของแอร์ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ให้ปลูกต้นไม้ให้มาก ๆ จะช่วยได้
     คนที่เกิดปีเหล่านี้ไม่ควรซื้อบ้านปี 48 1. คนปีเถาะ 2. คนปีมะแม 3. คนปีกุน เหตุผลที่ยังไม่ซื้อบ้านเป็นปีชง เพราะมีความเชื่อกันว่าจะมีทิศทางเสื่อมลง
     คนที่เกิดปีชวด ปีมะโรง ปีวอก เป็นคนที่เกิดจากธาตุน้ำ
     คนที่เกิดปีมะเมีย ปีจอ ปีขาน เป็นคนที่เกิดจากธาตุไฟ
     คนที่เกิดปีเถาะ ปีมะแม ปีกุน เป็นคนที่เกิดจากธาตุไม้
     คนที่เกิดปีละกา ปีฉลู ปีมะเส็ง เป็นคนที่เกิดจากธาตุทอง
     ธาตุจะประกอบด้วย 5 ธาตุด้วยกัน ซึ่งธาตุดินเป็นธาตุที่เป็นต้นกำเนิดของธาตุทุกธาตุ เป็นธาตุที่ให้กำเนิดโลก
 
     จุดที่พึงระวังในการก่อสร้าง คือ ทางสามแพ่ง ที่ดินที่ถนนพุ่งเข้าใส่ไม่มีใครซื้อ วิธีการแก้ไข คือ ทำบ่อเลี้ยงปลา น้ำตก น้ำยิ่งเคลื่อนไหวยิ่งมีโชคลาภ
     ซื้อที่ดินหน้าแคบหลังกว้าง มีความเชื่อกันว่า จะสะสมเงินได้มาก เพราะก้นถุงกว้าง
 
โดยสรุป
     การที่จะทำด้านอสังหาริมทรัพย์ เราจะต้องคำนึงถึง ฟ้า ดิน คน ฟ้า เราจะดูว่าเวลาเปลี่ยนแปลงอย่างไร ทิศทางเปลี่ยนแปลงไปทางไหน โลกเรากำลังบริโภคด้านไหน ณ เวลานี้ลูกค้าต้องการบ้านแบบไหน แต่ถ้าเราสร้างผิดความต้องการเราก็ขายไม่ได้ ดิน เกี่ยวกับการตั้งทิศและองศา เพื่อให้เกิดโชคลาภ คน เกี่ยวกับปีเกิด และธาตุที่เกิดว่าควรซื้อแบบไหน ทิศไหน รสนิยม รายได้ของคนเป็นอย่างไร
     แต่ทั้งนี้ ทุกสิ่งจะเกิดขึ้นก็ยังคงขึ้นอยู่กับมนุษย์ที่มีมโนธรรม จิตใจ การประพฤติ ปฏิบัติทั้งนั้น ยึดหลัก ปรัชญา
     ปรัชญา 1 ความรัก ความสามัคคี การเกื้อกูลแก่กันและกัน
     ปรัชญา 2 สอนให้เรามีความเที่ยงธรรม กตัญญู
     ปรัชญา 3 มีมารยาท ความสุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน
     ปรัชญา 4 มีสติปัญญา
     ปรัชญา 5 มีความจริงใจ ซื่อสัตย์ อดทน บริสุทธิ์
 

Area Trebs FIABCI
 
10 ถนน.นนทรี กรุงเทพมหานคร 10120 โทรศัพท์:66 2295 3171: โทรสาร: 66 2295 3994 Email: info@thaiappraisal.org   สถานที่ตั้ง: แผนที่