Eng
ไทย
เกี่ยวกับมูลนิธิ
หลักการและจรรยาบรรณ
ราคาประเมินค่าก่อสร้าง
บทความความรู้ข้อแนะนำ
เว็บบอร์ด
ติดต่อมูลนิธิ

กฏหมายสิ่งแวดล้อมกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ : ส่งเสริมหรืออุปสรรคต่อการพัฒนา
เสวนาวิชาการ ครั้งที่ 20 วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม 2547 13:00 – 17:00 ณ โรงแรมนารายณ์ ห้องสุโขทัย ถนนสีลม กรุงเทพมหานคร
จัดโดยความร่วมมือระหว่างมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย และโรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย

การจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ : มิติใหม่ของการพัฒนาประเทศ

นายปรีชา รณรงค์
ผู้ตรวจราชการ กรมโยธาธิการและผังเมือง
ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่

          การจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ (Land Readjustment) เป็นวิธีการพัฒนาพื้นที่เมืองและชนบท แบบ "ประชาร่วมใจ" หรือ "ราษฎร์-รัฐร่วมพัฒนา" (Public-Private Partnership) กล่าวคือ เป็นการพัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับภาคเอกชน หรือระหว่างภาคเอกชนกับภาคเอกชน ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินด้วยกันเอง
          ด้วยปัญหาของการพัฒนาพื้นที่ในปัจจุบันมีอยู่อย่างมากมาย เช่น ปัญหาที่เกิดจากจ้อจำกัดทางด้านงบประมาณของภาครัฐในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปัญหาความเดือดร้อน หรือผลกระทบจากการเวนคืนที่ดิน ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาในรูปแบบที่ต่างคนต่างทำของภาคเอกชน ปัญหาพื้นที่ตาบอด ปัญหาความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยของเมืองและชุมชน ปัญหาสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม ปัญหาการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง ไม่คุ้มค่า และปัญหาอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาบ้านเมืองในอนาคตสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ดังกล่าวได้อย่างเบ็ดเสร็จ จึงจำเป็นที่จะต้องนำวิธีการพัฒนาพื้นที่แบบบูรณาการมาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาและ "วิธีการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่" เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ทำการศึกษาพัฒนาอย่างจริงจังมาเป็นเวลานานแล้ว โดยความช่วยเหลือจากรัฐบาลญี่ปุ่น

         แนวคิดและวิธีการของการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่

          1) รวบรวมแปลงที่ดินในพื้นที่ที่จะดำเนินการพัฒนาเข้าด้วยกัน ทั้งที่ดินของรัฐ และเอกชน
          2) ออกแบบวางผังเมืองเพื่อพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว ตามหลักการและมาตรฐานการผังเมืองที่ดิน โดยจะต้องสอดคล้องกับผังเมืองที่วางไว้ และเป็นไปตามความต้องการของเจ้าของที่ดิน
          3) จัดรูปแปลงที่ดินใหม่ให้เหมาะสมสำหรับการพัฒนา และเป็นไปตามศักยภาพ
          4) มีการปันส่วนที่ดินตามสัดส่วนที่ตกลงกันอย่างยุติธรรม สำหรับเป็นโครงสร้างพื้นฐานและอื่น ๆ ด้วยวิธีการประเมินมูลค่าที่ดินก่อนจัดทำโครงการและหลังจากทำโครงการแล้ว
          5) พัฒนา ก่อสร้าง และจัดรูปแปลงที่ดินใหม่ให้สวยงาม เป็นไปตามแผนผังโครงการที่วางไว้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยใช้เงินทุนจากการปันส่วนที่ดินในโครงการหรือการสนับสนุนจากภาครัฐหรือแหล่งเงินทุนอื่น ๆ
          6) จัดกรรมสิทธิ์ที่ดินใหม่ให้กับเจ้าของที่ดินทุกคน ตามแปลงที่ดินที่ได้จัดรูปใหม่เรียบร้อยแล้ว

          ลักษณะสำคัญของวิธีการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่

          1) เป็นวิธีการพัฒนาที่คงไว้ซึ่งทรัพย์สินส่วนบุคคล กล่าวคือ ทรัพย์สินของทุกคนในพื้นที่โครงการจะยังคงอยู่ เพียงแต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงขนาด รูปร่าง หรือเคลื่อนที่ไปบ้างตามแผนผังที่จัดทำใหม่ แต่มูลค่าจะไม่น้อยกว่าเดิม
          2) เจ้าของที่ดินทุกรายมีส่วนร่วมในโครงการ ตั้งแต่เริ่มต้นจนโครงการแล้วเสร็จ โดยกระบวนการจัดทำโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ มีขั้นตอนที่ให้เจ้าของที่ดินทุกรายจะต้องได้แสดงความต้องการ ข้อคิดเห็นและมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน
          3) เจ้าของที่ดินทุกรายมีส่วนรับผลประโยชน์ และร่วมรับภาระอย่างยุติธรรม กล่าวคือ เจ้าของที่ดินจะได้รับประโยชน์จากราคาที่ดินที่สูงขึ้น มีโครงสร้างพื้นฐานสมบูรณ์ สภาพแวดล้อมที่ดี ฯลฯ ซึ่งทำให้ที่ดินมีโอกาสและศักยภาพสูงขึ้นในการใช้ประโยชน์ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องร่วมรับภาระของการปันส่วนที่ดินสำหรับนำมาใช้ก่อสร้างถนน หรือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ตามสัดส่วนที่ตกลงกันอย่างยุติธรรม

          การพัฒนาพื้นที่ด้วยวิธีการจัดรูปที่ดิน จะดำเนินการในพื้นที่ใดก็ได้ ที่มีนโยบายที่จะใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่เป็นเมืองอยู่แล้ว หรือพื้นที่ที่กำลังเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นเมือง หรือพื้นที่ชนบท หรือพื้นที่ว่างเปล่า แต่เมืองพัฒนาแล้ว จะมีความสมบูรณ์ของโครงสร้างพื้นฐานในทุก ๆ ด้าน มีศักยภาพพร้อมที่จะพัฒนาในเชิงเศรษฐกิจต่อไปได้ทันที

           การพัฒนาด้วยวิธีนี้ รัฐไม่จำเป็นต้องทุ่มงบประมาณเวนคืนที่ดินอีกต่อไป เจ้าของที่ดินก็ไม่ต้องกังวลที่จะถูกเวนคืนที่ดิน ไม่ต้องย้ายที่อยู่ไปในที่ห่างไกลจากที่อยู่เดิมเหมือนกับการเวนคืนในอดีตที่ผ่านมา และไม่ต้องนั่งรอให้ภาครัฐเข้ามาช่วยพัฒนาแต่เพียงฝ่ายเดียว เจ้าของที่ดินสามารถรวมตัวกันพัฒนาที่ดินของตนเองได้ตามหลักกร และวิธีการจัดรูปที่ดินที่ได้กำหนดไว้ โดยทุกภาคส่วนจะได้รับประโยชน์โดยถ้วนหน้า (Win Win) มูลค่าทรัพย์สินจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งสามารถจะแปลงสินทรัพย์เป็นทุนได้อย่างมหาศาล ตามนโยบายของรัฐบาล

           การจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ได้ดำเนินการกันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลกทั้งในยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ได้ดำเนินการมานับเป็นเวลา 100 ปีแล้ว และมีโครงการมากกว่า 10,000 โครงการ

          ความเป็นมาของการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ในประเทศไทย

          ความเป็นมาของการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ในประเทศ พอสรุปได้ดังนี้

          1) สำนักผังเมือง กระทรวงมหาดไทย(ชื่อในขณะนั้น) ได้เริ่มศึกษาวิธีการจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 โดยเจ้าหน้าที่ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับเรื่องนี้จากประเทศญี่ปุ่น และต่อมารัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้ความช่วยเหลือแก่สำนักผังเมืองใน "โครงการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ามาใช้ในการวางผังเมือง" ในปี พ.ศ. 2530 ซึ่งได้มีการศึกษาวิธีการจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่ (Land Readjustment) อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
          2) ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2533-2535 สำนักผังเมืองได้จัดสัมมนาด้านการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ทั้งในระดับภายในประเทศ และระดับระหว่างประเทศหลายครั้ง อันเป็นการสร้างความเข้าใจ และเผยแพร่ความรู้ด้านการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่อย่างกว้างขวาง
          3) คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2535 อนุมัติในหลักการให้สำนักผังเมืองเป็นหน่วยงานหลัก รับผิดชอบดำเนินโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ให้สามารถนำมาปฏิบัติได้ในพื้นที่จริง ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการจัดรูปที่ดินในเมือง ซึ่งมีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน และกรรมการจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 13 คน โดยมีผู้อำนวยการสำนักผังเมือง เป็นกรรมการและเลขานุการ รวมทั้งได้ให้สำนักงบประมาณสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นจำนวน 50 ล้านบาท ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2536
          4) ในการประชุมคณะกรรมการจัดรูปที่ดินในเมือง ครั้งที่ 3/2535 เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2535 คณะกรรมการฯ มีมติเห็นชอบให้เร่งรัดดำเนินการยกร่างกฎหมายจัดรูปที่ดินฯ ขึ้น เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการจัดรูปที่ดินฯ ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ
          5) เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2537 ได้ดำเนินการจัดทำโครงการนำร่องจัดรูปที่ดินฯ ขึ้นบริเวณถนนพระราม 9 กรุงเทพมหานคร ซึ่งนับเป็นโครงการนำร่องจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่โครงการแรกของประเทศไทย
          6) สำนักผังเมือง ได้นำเสนอร่าง พ.ร.บ. จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. …. ต่อกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2537 ซึ่งได้มีการประชุมพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกหลายครั้งในเวลาต่อมา
          7) กระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ. จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. ….. ในการประชุมครั้งที่ 4/2538 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2538 และให้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป แต่ในเดือนกันยายน 2539 ก็ได้มีการยุบสภาและเปลี่ยนแปลงรัฐบาล
          8) เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2540 คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่ ได้มีมติเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ. จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. ….. และส่งร่างให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบ
          9) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมพิจารณาร่าง พ.ร.บ. จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. … จำนวนหลายครั้งจนมีข้อยุติในทุกประเด็น
          10) คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2543 เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ. จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. ……
          11) คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฏร (วิปรัฐบาล) ได้รับหลักการร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2543 และเตรียมเสนอต่อสภาผู้แทนราษฏรต่อไป
          12) ในช่วงปลายปี 2543 ได้มีการยุบสภาฯ และเปลี่ยนแปลงรัฐบาลชุดใหม่ ในระยะเวลาต่อมา ซึ่งในช่วงปลายปีนี้เอง กรมการผังเมือง (ชื่อในขณะนั้น) ได้ร่วมกับเทศบาลนครลำปาง จัดทำโครงการนำร่องจัดรูปที่ดินขึ้นในเขตเทศบาลนครลำปาง นับเป็นโครงการนำร่องโครงการที่ 2 ของกรมการผังเมือง,br>           13) ในเดือนสิงหาคม 2544 กรมการผังเมือง (ชื่อในขณะนั้น) ได้ร่วมกับเทศบาลนครยะลา จัดทำโครงการนำร่องจัดรูปที่ดินขึ้นในเขตเทศบาลนครยะลา นับเป็นโครงการนำร่องโครงการที่ 3 ของกรมการผังเมือง
          14) คณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 5 ได้มีมติเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ. จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. … อีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2544
          15) คณะรัฐมนตรี ได้มีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ. จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. …… อีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2544 และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณาตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
16) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา) ได้ยืนยันร่าง พ.ร.บ. เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2546 เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ
          17) คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. …… เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2546
          18) คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฏร (วิปรัฐบาล) ได้พิจารณารับหลักการร่าง พ.ร.บ. จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนา พื้นที่ พ.ศ. …. เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2546 และนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป
          19) สภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. … ในวาระแรก เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2546 และพิจารณาเห็นชอบในวาระที่สาม เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2546 แล้วส่งวุฒิสภาเพื่อพิจารณา ต่อไป
          20) วุฒิสภาได้พิจารณาเห็นชอบในวาระที่สาม เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2547
          21) ขณะนี้ (3 พฤษภาคม 2547) สภาผู้แทนราษฏร และวุฒิสภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาในรายละเอียด ต่อไปแล้ว คาดว่าจะสามารถประกาศใช้บังคับได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้

          สรุปสาระสำคัญของร่างกฎหมายจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่

          ร่างกฎหมายจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ได้ยกร่างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ขณะนี้อยู่ในขั้นตอน การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร คาดว่าจะสามารถประกาศใช้บังคับได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้
          ร่างกฎหมายฉบับนี้ จะเป็นเครื่องมือสำหรับรองรับการพัฒนาพื้นที่ด้วยวิธีการจัดรูปที่ดิน ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ในการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นไปตามผังเมืองที่ได้วางไว้ โดยมีสาระสำคัญพอสรุปได้ ดังนี้
          ร่าง พ.ร.บ. จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. … ประกอบด้วย 8 หมวด 88 มาตรา คือ
          หมวด 1 ว่าด้วย คณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่ในระดับชาติ คณะหนึ่งทำหน้าที่กำกับ ดูแล ออกกฎ ระเบียบเกณฑ์และมาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนา พื้นที่และงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
          หมวด 2 ว่าด้วย คณะกรรมการจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่ส่วนจังหวัด โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ขึ้นในทุกจังหวัด รวมทั้งในกรุงเทพมหานครด้วยทำหน้าที่กำกับดูแล อนุมัติ อนุญาตโครงการจัดรูปที่ดินในแต่ละจังหวัด
          หมวด3 ว่าด้วย สมาคมจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ซึ่งกำหนดให้มีสมาคมจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ขึ้น โดยการรวมตัวกันของเจ้าของที่ดิน เป็นนิติบุคคล จดทะเบียนต่อคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ส่วนจังหวัด เป็นสมาคมที่แยกต่างหากจากกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
          หมวด 4 ว่าด้วย บททั่วไป เกี่ยวกับการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ สาระสำคัญในหมวดนี้ จะกล่าวถึงผู้ดำเนินการจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่ อันประกอบด้วยสมาคม กรมโยธาธิการและผังเมือง การเคหะแห่งชาติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานของรัฐ หรือนิติบุคคลอื่นใดที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการจัดรูปที่ดิน รวมทั้งเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ
          หมวด 5 ว่าด้วย การเสนอโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ โดยจะกล่าวถึงรายละเอียดองการเสนอโครงการ และส่วนที่เกี่ยวข้อง
          หมวด 6 ว่าด้วย การดำเนินโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ในหมวดนี้จะกล่าวถึงกระบวนการและขั้นตอนทั้งหมด ของการดำเนินโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่
          หมวด 7 ว่าด้วย กองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ จะกล่าวถึงรายละเอียดของกองทุน การบริหารจัดการกองทุน อำนาจและหน้าที่ของกองทุน และส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่
          หมวด 8 ว่าด้วย บทกำหนดโทษ และบทเฉพาะกาล ซึ่งบทกำหนดโทษ ได้กำหนดไว้ ทั้งโทษจำและโทษปรับ

          โครงการนำร่องจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่
          กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้จัดทำโครงการนำร่องจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ขณะนี้มีจำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการนำร่องจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ถนนพระราม 9 กรุงเทพมหานคร โครงการนำร่องจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ในเขตเทศบาลลำปาง จังหวัดลำปาง และโครงการนำร่องจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่ในเขตเทศบาลนครยะลา จังหวัดยะลา ดังมีรายละเอียดดังนี้
          1) โครงการนำร่องจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ถนนพระราม 9 กรุงเทพมหานคร
           ที่ตั้งโครงการ: ตั้งอยู่ริมถนนพระราม 9 ฟากเหนือ
          พื้นที่โครงการ: มีพื้นที่ 68 ไร่ จำนวนแปลงที่ดิน 35 แปลง เจ้าของที่ดิน 20 ราย
          การดำเนินโครงการ: โครงการเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2537 มีผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว จำนวน 19 ราย จำนวนแปลงที่ดิน 36 แปลง รวมพื้นที่ 67 ไร่ ขณะนี้ได้มีการออกแบบ วางผัง และจัดรูปแปลงที่ดินใหม่เบื้องต้นแล้ว อัตราส่วนการปันส่วนที่ดินเฉลี่ยประมาณ 19 เปอร์เซ็นต์
          2) โครงการนำร่องจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ในเขตเทศบาลนครลำปาง จ.ลำปาง
          ที่ตั้งโครงการ: ตั้งอยู่บริเวณถนนสาย ก ตามผังเมืองรวมเมืองลำปาง ซึ่งเชื่อมระหว่างถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ (ลำปาง-งาว) กับถนนพหลโยธิน (สายเก่า) ตำบลหัวเวียง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง
           พื้นที่โครงการ: มีพื้นที่ 80 ไร่ จำนวนแปลงที่ดิน 36 แปลง เจ้าของที่ดิน 34 ราย
           การดำเนินโครงการ: โครงการดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2543 มีผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว จำนวน 27 ราย จำนวนแปลงที่ดิน 34 แปลง รวมพื้นที่ 74 ไร่ ขณะนี้ได้มีการออกแบบ วางผังและจัดรูปแปลงที่ดินใหม่เบื้องต้นแล้ว อัตราส่วนการปันส่วนที่ดินเฉลี่ยประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์
           3) โครงการนำร่องจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ในเขตเทศบาลนครยะลา จ.ยะลา
           ที่ตั้งโครงการ: ตั้งอยู่บริเวณถนนโครงการสาย ก ตามผังเมืองรวมเมืองยะลา ระหว่างถนนสิโรรส กับสวนขวัญเมือง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
           พื้นที่โครงการ: มีพื้นที่ 350 ไร่ จำนวนแปลงที่ดิน 257 แปลง มีเจ้าของที่ดิน 110 ราย
           การดำเนินโครงการ: โครงการเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2544 มีผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว จำนวน 98 ราย จำนวนแปลงที่ดิน แปลง 242 รวมพื้นที่ 340 ไร่ ขณะนี้ได้มีการออกแบบวางผัง และจัดรูปแปลงที่ดินใหม่เบื้องต้นแล้ว อัตราส่วนการปันส่วนที่ดินเฉลี่ยประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์

           นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครก็ได้จัดทำโครงการนำร่องจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่ ขึ้นจำนวนหลายโครงการเช่นกัน และที่มีความก้าวหน้าในการดำเนินการอย่างน่าพอใจ ได้แก่ โครงการนำร่องจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองบัวมน เขตบางเขน และเขตสายไหม และโครงการนำร่องจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณสวนหลวง ร.9 เขตประเวศ เป็นต้น

           การจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ เป็นมิติใหม่ของการพัฒนาเมือง และชนบทในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีทรัพยากรทางด้านที่ดินอย่างมหาศาล แต่มีการใช้ประโยชน์อย่างสิ้นเปลือง และไม่คุ้มค่าเท่าทีควร โดยเฉพาะที่ดินในเขตเมืองและชุมชน ต่อจากนี้ไป การจัดรูปที่ดินจะเป็นเครื่องมือของการสร้างมูลค่าเพิ่มในที่ดิน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ สร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมืองและชุมชน สร้างสภาพแวดล้อมที่ดี สร้างความสะดวกสบาย สร้างสังคมที่น่าอยู่น่าอาศัยอย่างยั่งยืน

 

Area Trebs FIABCI
 
10 ถนน.นนทรี กรุงเทพมหานคร 10120 โทรศัพท์:66 2295 3171: โทรสาร: 66 2295 3994 Email: info@thaiappraisal.org   สถานที่ตั้ง: แผนที่