1. รัฐบาลออกมาตรฐานการประเมินค่าทรัพย์สิน ทั้งนี้ดำเนินการโดยกระทรวงการคลัง มีการประกาศมาตรฐานการประเมินค่าทรัพย์สินออกมาเป็นระยะ ๆ ได้ 6 มาตรฐานแล้ว ในปี 2551 จะออกอีก 3 มาตรฐาน มาตรฐานเหล่านี้ผ่านการกลั่นกรองจากคณะทำงานของกระทรวง
ในขณะที่ของไทย มีเพียงมาตรฐานที่ทางสมาคมของผู้ประเมินกำหนดขึ้นร่วมกับทางสำนักงานคณะกรรมการ กลต. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลเฉพาะบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ นี่แสดงว่าในประเทศไทย ยังขาดหน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพ ข้าราชการที่เกี่ยวข้องคงไม่อยากทำงานนี้
2. ผู้ประเมินค่าทรัพย์สินต้องจดทะเบียน โดยต้องผ่านการสอบโดยทางราชการ ขณะนี้มีผู้ผ่านการสอบแล้วประมาณ 200 คน บริษัทประเมินจากประเทศไหนก็ตามจะมาทำวิชาชีพประเมินได้ ต้องมีผู้ประเมินที่สอบและจดทะเบียนแล้วในเวียดนามจำนวน 3 คนเป็นอย่างน้อยต่อหนึ่งบริษัท ค่าสอบเป็นเงินคนละ 3,200 บาท (100 เหรียญสหรัฐ) สำหรับการสอบ 8 วิชา
สำหรับในประเทศไทย แต่เดิม กลต. ทำการสอบ และเริ่มจะมอบหมายให้สมาคมของผู้ประเมินดำเนินการ ทั้งที่ควรเป็นหน้าที่ของทางราชการ เพราะสมาคมซึ่งก็ล้วนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพก็อาจไม่เป็นกลาง นอกจากนี้ค่าสอนยังแพงกว่านักวิชาชีพอื่นไม่ว่าจะเป็นทนาย นักบัญชี สถาปนิก วิศวกร และนายหน้า เป็นต้น
3. ผู้ประเมินค่าทรัพย์สินไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกสมาคม ก็สามารถประเมินได้ เพียงแต่ต้องผ่านการสอบและจดทะเบียนกับทางราชการ เขาถือว่าสมาคมเป็นกลุ่มผลประโยชน์ของนักวิชาชีพ ไม่ว่าจะบำเพ็ญประโยชน์อย่างไร ก็ยังต้องถือประโยชน์ของผู้ประกอบวิชาชีพเป็นสำคัญ ไม่ใช่ประโยชน์ของสังคม ในสหรัฐอเมริกาก็เช่นกัน ตราบที่ผู้ประเมินค่าทรัพย์สินผ่านการสอบของแต่ละมลรัฐ ก็สามารถประกอบวิชาชีพได้
ในประเทศไทยซึ่งรัฐบาลไม่ได้ดำเนินการอะไรเท่าที่ควร ทิ้งภาระให้สมาคมดูแลกันเองตามมีตามเกิด ทั้งที่สมาคมก็มีสถานะเป็นกลุ่มผลประโยชน์ของเจ้าของบริษัทประเมิน หรือของผู้ประเมินค่าทรัพย์สินเอง ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องดำเนินการเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นหลัก
4. เวียดนามมีการเชื่อมโยงกับนานาชาติอย่างจริงจัง รัฐบาลและสมาคมประเมินของเวียดนามเล็งเห็นความสำคัญของการสานความสัมพันธ์และความร่วมมือทางวิชาการกับต่างประเทศ โดยเข้าเป็นสมาชิกและร่วมกิจกรรมต่อเนื่องกับ International Valuation Standards Committee (IVSC) และได้รับความช่วยเหลือจากทั้ง Appraisal Institute จากสหรัฐอเมริกา และ Royal Institution of Chartered Surveyors จากสหราชอาณาจักร
ในประเทศไทย มีเพียงสมาคมขนาดเล็กของวงการที่เป็นสมาชิก IVSC แต่ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เรายังขาดการเรียนรู้จากต่างประเทศเท่าที่ควร ทั้งนี้คงเป็นเพราะผู้เกี่ยวข้องบางส่วนอาจไม่เล็งเห็นความจำเป็น
เมื่อไม่ถึง 5 ปีมานี้ เวียดนามยังไม่มีวิชาชีพประเมินค่าทรัพย์สินอย่างจริงจัง แต่ในขณะนี้มีผู้ทำงานประเมินนับพัน มีผู้ผ่านการสอบ 200 คน มีบริษัทประเมินราว 30 แห่ง แต่ที่ยังไม่มีผู้ประเมินที่ได้รับอนุญาตครบ 3 คน ยังมีอีกนับร้อย มีสมาชิกสมาคมของผู้ประเมินประมาณ 150 คน ในอนาคต วิชาชีพนี้ยังจะพัฒนาอีกมากในประเทศนี้ |